ข่าวสาร

ข่าวสารจาก อย. รู้ทันเหตุการณ์ อัพเดททุกวัน

----
ขึ้นทะเบียน อย. ทั้งนำเข้าและผลิต
อาหาร++
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร++
เครื่องสำอาง++
เครื่องมือแพทย์++
วัตถุอันตราย++
ราคาพิเศษ สอบถามรายละเอียดได้ที่
Tel : 08-05584431, 09-70094800 (คุณเอ๋,คุณอาร์ม)
√สะดวก
√รวดเร็ว
√ราคาไม่แพง
√ยินดีให้คำปรึกษาฟรี

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้านมะเร็งจริงหรือไม่
    มะเร็งเป็นโรคที่พบได้บ่อยในประชากรปัจจุบัน โดยเป็นโรคที่เกิดจากการมีเซลล์ผิดปกติในร่างกาย และเซลล์เหล่านี้มีการเจริญเติบโตรวดเร็วเกินปกติ ร่างกายควบคุมไม่ได้ เซลล์เหล่านี้จึงเจริญลุกลามและแพร่กระจายทั่วร่างกาย ส่งผลให้เซลล์ปกติของเนื้อเยื่อ/อวัยวะสำคัญต่าง ๆ ล้มเหลว ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เป็นสาเหตุให้เสียชีวิตในที่สุด

    ปัจจุบันนี้มีการแอบอ้างกันมากว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิดเมื่อกินแล้วสามารถรักษามะเร็งให้หายขาดได้ ซึ่งเป็นเรื่องหลอกลวง เพราะไม่มีงานวิจัยใดสามารถพิสูจน์ได้ว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารช่วยในการรักษาโรคมะเร็ง และ อย. ไม่เคยอนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีฤทธิ์รักษาโรคมะเร็งแต่อย่างใด อนึ่งผลิตภัณฑ์อาหารไม่มีผลในการบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค ดังนั้น หากพบผลิตภัณฑ์อาหารที่โฆษณาอวดอ้างในลักษณะดังกล่าว แสดงว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

    เพื่อความมั่นใจการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควรพิจารณาสิ่งเหล่านี้

    1. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ผลิต หรือนำเข้าเพื่อจำหน่าย ต้องได้รับอนุญาตจาก อย.

    2. มีการแสดงฉลากภาษาไทย ระบุชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อที่อยู่ผู้ผลิต/นำเข้าชัดเจน เลขสารบบอาหารในกรอบเครื่องหมาย อย. แสดงวันเดือนปีที่ผลิตหรือวันเดือนปีที่หมดอายุของผลิตภัณฑ์ คำเตือน รวมทั้งข้อมูลสำคัญอื่น ๆ เช่น ส่วนประกอบที่สำคัญ คำแนะนำในการใช้ คำแนะนำในการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์(ถ้ามี)

    ควรพึงระลึกไว้ว่า เลขสารบบอาหารในกรอบเครื่องหมาย อย. เป็นการแสดงว่าผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าวมีการขออนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด เช่น มาตรฐานการผลิต คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ และการแสดงฉลาก แต่ไม่ได้หมายความรวมถึงได้รับอนุญาตโฆษณา ดังนั้น หากมีการแอบอ้างว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นสามารถรักษาโรคได้นั้น จัดเป็นการโฆษณาเกินจริง อย่าหลงเชื่อ หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งให้รีบไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง

  • ข่าวประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง ผลการตรวจสอบหรือวิเคราะห์เครื่องสำอางที่พบสารห้ามใช้ ครีมหน้าใสพีวาย P.Y. Facial Skin cream พบสารประกอบของปรอทและสารสเตียรอยด์
    สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ดำเนินการตรวจสอบและทำการซื้อเครื่องสำอางจากร้านค้าออนไลน์ บัญชีเฟซบุ๊ก ชื่อ “P.Y. Shop - ครีมหน้าใสพีวาย” เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2565 และส่งตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบสารที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง จึงขอประกาศผลการตรวจสอบหรือผลวิเคราะห์เครื่องสำอางให้ประชาชนทราบ ดังนี้

    ชื่อเครื่องสำอาง

    ข้อความที่ฉลากระบุ

    สารห้ามใช้

    ที่ตรวจพบ

    ผู้ผลิต/ ผู้นำเข้า/

    ผู้จำหน่าย

    เลขที่ผลิต และ

    ครั้งที่ผลิต

    เดือนปี

    ที่ผลิตและเดือนปีที่หมดอายุ

    ครีมหน้าใสพีวาย

    P.Y. Facial Skin cream

    ไม่ระบุเลขที่ใบรับจดแจ้ง

    ไม่ระบุ

    ไม่ระบุ

    ไม่ระบุ

    1.สารประกอบของปรอท (Mercury compounds)



    2.สารสเตียรอยด์ (Glucocorticoids ชนิดBetamethasone 17-valerate)





    อันตรายของเครื่องสำอางข้างต้น ได้แก่

    1. ผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารประกอบของปรอท อาจทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง เกิดพิษสะสมของสารปรอท ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และไตอักเสบ

    2. ผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารสเตียรอยด์ (Glucocorticoids ชนิด Betamethasone 17-valerate) อาจทำให้ผิวบาง เกิดรอยแตก เส้นเลือดใต้ผิวหนังผิดปกติ หน้าแดงตลอดเวลา เกิดผื่นแพ้ เกิดสิวผด ผิวหนังมีสีจางลง หากใช้เป็นเวลานานจะเกิดด่างขาว

    ข้อแนะนำ

    ขอเตือนให้ประชาชนเลือกซื้อเครื่องสำอางด้วยความระมัดระวัง ซื้อจากร้านค้าที่มีหลักแหล่งแน่นอน ฉลากภาษาไทยมีข้อความตามที่กฎหมายกำหนดอย่างครบถ้วน ได้แก่ ชื่อเครื่องสำอาง ชื่อทางการค้า ประเภทเครื่องสำอาง ชื่อของสารที่ใช้เป็นส่วนผสม วิธีใช้ ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต ผู้นำเข้า ปริมาณสุทธิ ครั้งที่ผลิต เดือนปีที่ผลิตหรือปีเดือนที่ผลิต คำเตือน (ถ้ามี) และเลขที่ใบรับจดแจ้ง สำหรับร้านค้าที่ซื้อเครื่องสำอางเพื่อจำหน่าย จะต้องซื้อจากผู้มีหลักแหล่งน่าเชื่อถือ และมีหลักฐานการซื้อขายที่ระบุชื่อและที่ตั้งของผู้ขายอย่างชัดเจน

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร น้ำมัน มะพร้าว (ตรา คุณพลอย) ช่วยปรับสมดุลร่างกาย หลับง่ายขึ้น และช่วยให้ไม่ปวดตามเนื้อตามตัว หรือกระดูก อย. ตรวจสอบแล้วพบ " ไม่มีการยื่นข้อมูลประสิทธิผล ตามที่กล่าวอ้างอย่าหลงเชื่อ อาจเสียเงินเปล่า " เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการบำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค #oryor #FDAthai #FDAnews #อย #ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันมะพร้าวตราคุณพลอย #ไม่มีการยื่นข้อมูลประสิทธิผล #อ้างปรับสมดุลร่างกาย #ลดอาการปวดเมื่อย #ปวดกระดูก

  • คลิปการรับรางวัล Product Innovation Awards 2022 พร้อมเสียงประกาศว่า “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Dr.X Hulk นวัตกรรมหนึ่งเดียวของการใช้สมุนไพรที่เทียบเท่า Viagra เจ้าแรกและเจ้าเดียวในไทยที่ใช้การศึกษาการระบาด ศาสตร์สมุนไพรจีนกับ สมุนไพรไทย ซึ่งสามารถช่วยฟื้นฟูระบบร่างกายของเพศชายให้กลับมาสมดุลได้อีก ครั้ง” คลิปดังกล่าว มีเนื้อหาที่สื่อแสดงให้เข้าใจคุณประโยชน์ คุณภาพของอาหารอัน เป็นเท็จหรือหลอกลวง ให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร เนื่องจากผลิตภัณฑ์เสริม อาหารไม่มีผลในการบำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค

  • คำแนะนำในการบริโภคไข่ที่เหมาะสม
    คุณประโยชน์ 10 ประการของไข่ไก่

    1. ไข่เป็นอาหารที่ดีสำหรับดวงตา ผลการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า การรับประทานไข่วันละฟองอาจจะช่วยป้องกัน โรคจอประสาทตาเสื่อม จากสารคาโรทีนอยด์ที่อยู่ในไข่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูทีน (lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ซึ่งเป็นสารที่พบบริเวณตา โดยฉาบอยู่บนผิวของเรตินา เพราะร่างกายจะได้รับสารอาหารทั้งสองอย่างนี้ โดยตรงจากไข่มากกว่าอาหารชนิดอื่น

    2. ไข่ทำให้เป็นต้อกระจกน้อยลง จากคนที่กินไข่ทุกวัน มีความเสี่ยงที่จะเป็นต้อกระจกน้อยลง อันเนื่องมาจากลูทีน และซีแซนทีนในไข่ดังได้กล่าวมาแล้ว

    3. ไข่อุดมไปด้วยโปรตีน โดย 1 ฟอง จะมีโปรตีนคุณภาพดี 6 กรัม และกรดอะมิโนสำคัญอีก 9 ชนิด

    4. ผลจากการทำวิจัยโดยมหาวิทยาลัยแพทย์ฮาร์วาร์ด พบว่า การบริโภคไข่เป็นประจำยังช่วยป้องกันเลือด จับตัวเป็นก้อน เส้นเลือดอุดตันในสมอง และภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

    5. ไข่เป็นแหล่งโคลีนที่ดีในกลุ่มของวิตามินบี ช่วยในการควบคุมการทำงานของสมอง ระบบประสาท และ ระบบไหลเวียนของเลือด โดยไข่ 1 ฟอง จะมีโคลีนมากถึง 300 ไมโครกรัม

    6. ไขมันในไข่มีคุณภาพดี ไข่ 1 ฟอง มีไขมันอยู่ 5 กรัม และมีเพียง 1.5 กรัมเท่านั้นที่เป็นไขมันชนิดอิ่มตัว

    7. แม้ว่าจะขัดแย้งกับความเชื่อเดิมๆ แต่งานวิจัยชิ้นใหม่กลับพบว่า การบริโภคไข่วันละ 2 ฟองเป็นประจำ ไม่ มีผลกระทบต่อระดับไขมันในร่างกาย มิหนำซ้ำอาจจะช่วยทำให้ไขมันดีขึ้น

    8. กินไข่ได้วิตามินดี เพราะไข่เป็นอาหารเพียงชนิดเดียวที่เป็นแหล่งวิตามินดีตามธรรมชาติ

    9. ไข่อาจจะช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม โดยผลการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้หญิงที่รับประทานไข่ 6 ฟองต่อสัปดาห์ ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมลงร้อยละ 44

    10. ไข่ทำให้เส้นผมและเล็บมีสุขภาพดี เพราะว่าไข่มีซัลเฟอร์สูง รวมถึงยังมีวิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิด หลายคนจึงพบว่าผมยาวเร็วขึ้นหลังจากที่เพิ่มไข่เข้าไปในอาหารที่รับประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่เคยขาด อาหารที่มีซัลเฟอร์หรือวิตามินบี 12 มาก่อน (สสส.)

  • อย. สานกลไก “นำสุขภาพขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการวัตถุอันตราย
    อย. จัดทีมให้ข้อมูลความรู้ข้อกฎหมาย หลักเกณฑ์ การยื่นคำขออนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายเสริมพลังผู้ประกอบการ หวังเพิ่มศักยภาพให้สามารถก้าวสู่การแข่งขันในเวทีการค้าโลก สานนโยบายคนไทยสุขภาพดี เศรษฐกิจมั่งคั่ง หรือ Health for Wealth “นำสุขภาพขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”ของกระทรวงสาธารณสุข

    ด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบนโยบายการดำเนินงานโดยมุ่งเป้าหมาย “ประชาชนแข็งแรง เศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง ประเทศไทยแข็งแรง” ซึ่งกลไกหนึ่งที่ใช้ในการขับเคลื่อน คือ การนำสุขภาพขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้เร่งรัดดำเนินการโดยการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพให้มีคุณภาพ ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันมุ่งส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพให้สามารถต่อยอด สร้างความมั่งคั่งแก่เศรษฐกิจของประเทศ โดย อย. ตระหนักถึงความจำเป็นในการส่งเสริม ให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์
    วัตถุอันตราย เพื่อให้มีการผลิต นำเข้า จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน เป็นไปตามกฎหมายและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล สถานประกอบการไม่ก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และผู้ปฏิบัติงานมีความปลอดภัย ในวันนี้ (27 มกราคม 2566) ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร อาคาร 1 ชั้น 1 และผ่านระบบออนไลน์ เภสัชกรวีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เป็นประธานเปิดการประชุม ตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการให้ดำเนินการตามกฎหมายวัตถุอันตราย โดยมีการให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย หลักเกณฑ์ ข้อกำหนดที่เริ่มใช้บังคับ การยื่นคำขอและการอนุญาตผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ การชี้แจงประเด็นข้อคำถาม ที่พบบ่อยจากการยื่นคำขอ แนวทางการโฆษณาและแนวทางการแสดงฉลากที่ถูกต้อง รวมถึงเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะต่าง ๆ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม คือ ผู้ประกอบการเกี่ยวกับวัตถุอันตราย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จำนวน 443 คน

    ทั้งนี้ อย. หวังให้ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายที่เข้าร่วมประชุมปฏิบัติตามกฎระเบียบได้อย่างถูกต้อง ผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และยิ่งไปกว่านั้น สามารถนำข้อมูลความรู้ไปประกอบการวางแผนธุรกิจ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเวทีการค้าระดับสากล ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างเข้มแข็ง บรรลุตามนโยบายคนไทยสุขภาพดี เศรษฐกิจมั่งคั่ง หรือ Health for Wealth ของกระทรวงสาธารณสุขต่อไป



  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร LUTA ช่วยบำรุงอาการตาบอดกลางคืน ช่วยอาการเมื่อยล้าของดวงตา ชะลอความเสื่อมของจอประสาทตา ต้านอาการอักเสบ บรรเทาอาการตาแห้ง และ ช่วยกรองแสงสีฟ้าได้

    ผลิตภัณฑ์ฉลากระบุ Luta ดังกล่าว ขออนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ในชื่อ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ลูต้า (ตราแท็พ) / Luta Dietary Supplement Product (TaaP Brand) เลขอย. 74-1-18761-5-0264 ซึ่งในการยื่นขออนุญาตไม่มีการยื่นข้อมูล ประสิทธิผลตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการบำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค และต้องแสดงคำเตือนดังกล่าวบนฉลาก และการแสดงข้อความ ช่วยบำรุงอาการตาบอดกลางคืน ช่วยอาการเมื่อยล้าของดวงตา ชะลอความเสื่อมของ จอประสาทตา ต้านอาการอักเสบ บรรเทาอาการตาแห้ง และช่วยกรองแสงสีฟ้าได้ เป็น การโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณ ของอาหารอันเป็นเท็จ หรือ หลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร

  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สุ่มเก็บตัวอย่างอาหารจากสถานที่ผลิตเพื่อจำหน่าย ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไส้กรอก ดี.ดี. ซอสเซส ตั้งอยู่เลขที่ 629 ถนนอ่อนนุช เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร ส่งตรวจวิเคราะห์ ณ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยผลิตภัณฑ์ฉลากระบุ “โบโลน่าแซนวิช” Bologna Sandwich เลขสารบบอาหาร 10-1-05734-5-0206 น้ำหนักสุทธิ 1,000 กรัม ผลิตโดย หจก.ไส้กรอก ดี.ดี.ซอสเซส 629 ถนนอ่อนนุช เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร MFG 14-10-22 EXP 30-11-22 ลักษณะเป็นแผ่นกลมแบนสีชมพูบรรจุในถุงพลาสติกใสพิมพ์ลาย รัดปากถุงด้วยลวด บรรจุถุงละ 1 กิโลกรัม ผลการตรวจพบกรดเบนโซอิก 2,193 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เกินค่าความปลอดภัย จึงจัดเป็นอาหารที่มีสิ่งที่น่าจะเป็นอันตรายแก่สุขภาพเจือปนอยู่ ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ อย. อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่กระทำความผิดต่อไป

    ข้อแนะนำ

    ขอเตือนผู้บริโภคให้ระมัดระวังอย่าซื้อ “ผลิตภัณฑ์โบโลน่าแซนวิช Bologna Sandwich” ที่ระบุวันที่ผลิตและวันหมดอายุดังกล่าวข้างต้นมารับประทาน เนื่องจากมีกรดเบนโซอิกเกินค่าความปลอดภัยหากรับประทานสะสมในร่างกายเป็นจำนวนมาก อาจทำให้มีอาการผื่นคัน หรือท้องเสีย และมีผลต่อการทำงานของตับและไต หากมีข้อสงสัยเรื่องความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สุขภาพ สามารถสอบถามหรือแจ้งร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย. 1556 หรือผ่าน Line@FDAThai, Facebook : FDAThai หรือ E-mail : 1556@fda.moph.go.th ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

  • อย. เตือน “ขนมควันทะลัก” ใส่ไนโตรเจนเหลว อย่าริทำตามคลิป แฝงอันตราย
    จากกรณีรัฐบาลอินโดนีเซียเตือนภัย พบเด็กป่วยหลังกินขนมผสมไนโตรเจนเหลว โดยทำตามคลิปที่มีการกินขนมพร้อมพ่นควันสีขาวออกมาจากปาก อย. มีความห่วงใย ขอให้หลีกเลี่ยงการกิน สัมผัส หรือ สูดดม ไนโตรเจนเหลวโดยตรง เสี่ยงอันตรายโดยคาดไม่ถึง

    นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีรัฐบาลอินโดนีเซียเตือนการใช้ไนโตรเจนเหลวในอาหารพร้อมรับประทาน หลังพบเด็กมีอาการแสบท้องและท้องเสียหลังกินขนมท้องถิ่น “ชิกิ เกบุล” ซึ่งทำตามคลิปวิดีโอกินขนมพร้อมพ่นควันสีขาวออกมาจากปากนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีความห่วงใย การใช้ไนโตรเจนเหลวในอาหารพร้อมบริโภค เพื่อให้เกิดควันพวยพุ่งออกมา ซึ่งเป็นการปลุกกระแสสร้างความแปลกใหม่ ดึงดูดลูกค้าให้ซื้อสินค้าไปรับประทาน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “ขนมควันทะลัก” หรือการดัดแปลงนำไนโตรเจนเหลวมาใช้ใส่ในอาหารเพื่อทำให้แข็ง
    เช่น ราดหรือผสมลงในไอศกรีม ราดลงบนขนมให้แข็งตัว การใช้ในลักษณะผู้ใช้ต้องมีความระมัดระวังและต้องใช้ไนโตรเจนเหลวที่มีคุณภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ. 2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร และปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้ที่กำหนดในประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 418) พ.ศ. 2563 หากตรวจพบว่ามีการใช้ไนโตรเจนเหลวในปริมาณมากจนเกินเหตุและเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ถือว่าเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  • อย. ตรวจบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนำเข้าจากเกาหลี หาสารตกค้างอันตราย
    นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีที่สำนักงานอาหารและยาไต้หวัน พบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนำเข้าจากเกาหลี “Nongshim Shin Ramyun Black Bowl (Tofu Kimchi)” มีสารกำจัดศัตรูพืช “เอทิลีนออกไซด์” ตกค้างในบรรจุภัณฑ์ผงปรุงรส ในปริมาณ 0.075 มก./กก. โดยไม่ได้ระบุรุ่นการผลิตของสินค้าที่พบปัญหานั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า มีการนำเข้าบะหมี่ดังกล่าวมาจำหน่ายในประเทศไทย ในชื่อ ชิน ราเมียน แบล็ค โบวล์ โทฟู กิมจิ (บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพร้อมเครื่องปรุงรสเผ็ดผสมเต้าหู้และกิมจิ ถ้วยใหญ่) (ตรา นงชิม) เลขสารบบอาหาร 10-3-07945-5-0811 ผู้นำเข้าคือ บริษัท โปรไทย จำกัด เลขที่ 359 ซอยลาซาล 22 ถนนสุขุมวิท 105 แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร โดยบริษัทฯ มีการนำเข้ามา 2 ครั้ง คือ รุ่นวันหมดอายุ 4 กุมภาพันธ์ 2566 จำนวน 480 ถ้วย และรุ่นวันหมดอายุ 8 พฤษภาคม 2566 จำนวน 2,560 ถ้วย เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค อย. ได้ดำเนินการอายัดสินค้าทั้งหมดและเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจวิเคราะห์ และจะแจ้งผลการตรวจพิสูจน์ให้ผู้บริโภคทราบโดยเร็ว

    ทั้งนี้ เอทิลีนออกไซด์ (Ethylene oxide) เป็นวัตถุอันตรายทางการเกษตรชนิดที่ 4 จึงต้องไม่พบการตกค้าง หากตรวจพบในอาหาร จัดเป็นอาหารผิดมาตรฐาน การผลิต นำเข้า จำหน่ายอาหารดังกล่าว มีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท ขอให้ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในรุ่นวันหมดอายุดังกล่าว นอกจากนี้ ประชาชนควรเลือกซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ตรวจสอบฉลาก ต้องแสดงรายละเอียด ชื่ออาหาร เลขสารบบอาหารในกรอบเครื่องหมาย อย. ชื่อและที่ตั้งของสถานที่ผลิต หรือผู้นำเข้าและประเทศผู้ผลิต น้ำหนักสุทธิ ส่วนประกอบที่สำคัญ วันเดือนและปีที่ผลิตและหมดอายุหรือควรบริโภคก่อน เป็นต้น หากผู้บริโภคไม่แน่ใจในคุณภาพหรือความปลอดภัยของอาหาร หรือพบเห็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ได้รับความปลอดภัยจากการบริโภค

  • อย. ร่วมส่งเสริมเทศกาลตรุษจีน แนะ 4 วิธีการเลือกซื้ออาหารไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และบรรพบุรุษ ทั้งอาหารคาว อาหารหวาน หรือขนมมงคล ผักและผลไม้ เพื่อให้ได้อาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ โดยควรเลือกซื้ออาหารที่ปรุงสดใหม่ ไม่มีกลิ่น สี หรือรสชาติผิดปกติ และเลือกซื้อจากสถานที่ผลิตและจำหนายที่น่าเชื่อถือ

    นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า เทศกาลตรุษจีน ถือเป็นประเพณีที่สำคัญที่สุดของชาวจีน ซึ่งคนไทยเชื้อสายจีนมักมีการจับจ่ายซื้ออาหารสำหรับกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และบรรพบุรุษ ไม่ว่าจะเป็นหมู เป็ด ไก่ เครื่องใน ขนมเทียน ขนมเข่ง ขนมถ้วยฟู เป็นต้น อาหารเหล่านี้ล้วนมีการปรุงสุกไว้ล่วงหน้า ทำให้เสี่ยงต่อการเน่าเสียได้ง่าย หรืออาจมีการใส่สีหรือวัตถุกันเสียเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งหากไม่ระมัดระวังในการเลือกซื้อ อาจได้รับอันตรายจากอาหารที่ไม่มีคุณภาพและไม่ปลอดภัยในการบริโภค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงขอแนะ 4 วิธีการเลือกซื้ออาหารในช่วงเทศกาลตรุษจีน ดังนี้

    1. อาหารสด เช่น เนื้อสัตว์ (หมู เป็ด ไก่) ต้องมีสภาพสดใหม่ เนื้อแน่น มีสี กลิ่นตามธรรมชาติ ไม่มีจ้ำเลือด

    2. ขนมมงคล เช่น ขนมเข่ง ขนมเทียน ขนมปุยฝ้าย ควรเลือกที่มีสีไม่ฉูดฉาด มีสีกลิ่นรสปกติ บรรจุอยู่ในภาชนะที่สะอาด และไม่มีสีออกมาปนเปื้อนกับอาหาร

    3. อาหารกระป๋อง ควรเลือกซื้อที่ลักษณะกระป๋องอยู่ในสภาพดี ไม่บุบ บวม หรือเป็นสนิม ฉลากแสดงรายละเอียด ชื่ออาหาร เลขสารบบอาหารในกรอบเครื่องหมาย อย. ชื่อและที่ตั้งของสถานที่ผลิต หรือผู้นำเข้าและประเทศผู้ผลิต น้ำหนักสุทธิ ส่วนประกอบที่สำคัญ วันเดือนและปีที่ผลิตและหมดอายุ เป็นต้น

    4. ผักและผลไม้ ควรเลือกซื้อที่สด สะอาด และควรล้างทำความสะอาดก่อนนำมาบริโภค ซึ่งผู้บริโภคสามารถลดการตกค้างของสารกำจัดศัตรูพืชได้โดยการล้างด้วยผงฟู หรือเบคกิ้งโซดา ½ ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 10 ลิตร แช่ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด หรือล้างด้วยน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 4 ลิตร แช่ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด หรือเพื่อความมั่นใจผู้บริโภคสามารถซื้อชุดทดสอบสารตกค้างสารเคมีกำจัดแมลงในผักและผลไม้ด้วยตนเอง ซึ่งสามารถตรวจสารตกค้างสารเคมีจำกัดแมลงในผักและผลไม้ได้อย่างรวดเร็วภายในเวลา 45 นาที

    รองเลขาธิการฯ กล่าวในตอนท้ายว่า ขอย้ำเตือนผู้ประกอบการ อย่าเอาเปรียบผู้บริโภค นำผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่มีคุณภาพมาจำหน่าย หาก อย. ตรวจพบจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับผู้บริโภค หากพบเห็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ได้รับความปลอดภัยจากการบริโภค ขอให้ร้องเรียนมาได้ที่ สายด่วน อย. โทร. 1556 หรือ E-mail: 1556@fda.moph.go.th หรือ Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

  • ผลิตภัณฑ์ฉลากระบุ THAnOS อย. 24-1-09957-1-0107 ดังกล่าว ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ ได้รับอนุญาตจาก อย. และมีการปลอมเลข อย. ของผลิตภัณฑ์อื่นซึ่งถูกยกเลิกไปตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2562 ทั้ง นี้ข้อความ “เพิ่ม สมรรถภาพ เพิ่มขนาด แข็งตัวได้เต็มที่ ทำให้คุณอึดได้ดั่งใจ มี อย. รับรอง” เป็นการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของ อาหารอันเป็นเท็จ หรือหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร ซึ่ง อย. จะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำการฝ่าฝืน พรบ. อาหาร พ.ศ. 2522 ต่อไป...



    ข้อมูลข่าวอ้างอิง : https://oryor.com/media/newsUpdate/media_news/2384

  • อย. ห่วง “โรคเหน็บชา”..ที่เป็นแล้วไม่ควรเฉยชา
    “โรคเหน็บชา”..ที่เป็นแล้วไม่ควรเฉยชา
    อาการชาถือเป็นอาการทางระบบประสาทอย่างหนึ่งอาการชาจะเกิดขึ้นเมื่อเส้นประสาทส่งความรู้สึกของบริเวณที่เป็นนั้นทำงานบกพร่องไปแล้วอย่างน้อย 50% พบได้กับทุกวัยและสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะที่นิ้ว มือ แขน เท้าหรือขา มักพบตามปลายมือ ปลายเท้า ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ สาเหตุหนึ่งเกิดจากการขาดวิตามินบี 1 ซึ่งเป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นได้เอง ทำให้เกิดโรคเหน็บชา

    โรคเหน็บชา…สามารถป้องกันได้ ดังนี้

    1. เลือกรับประทานอาหารกลุ่มธัญพืชไม่ขัดสี และเนื้อสัตว์ ที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 1 เช่น ถั่ว ธัญพืช ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ลูกเดือย ข้าวฟ่าง งาต่าง ๆ เป็นประจำ

    2. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากพบว่าผู้ป่วยที่ติดสุราเรื้อรัง มักมีอาการเหน็บชาร่วมด้วย

    3. หลีกเลี่ยงการรับประทานของดิบ ของหมักดอง เนื่องจากอาหารดังกล่าวขัดขวางการดูดซึมวิตามินบี 1 ของร่างกาย

    4. หญิงตั้งครรภ์ หญิงที่ต้องให้นมลูก และผู้ที่ต้องทำงานหนัก ควรแน่ใจว่าตัวเองได้รับอาหารที่มีวิตามินบี 1 อย่างเพียงพอ เนื่องจากความต้องการวิตามินของร่างกายสูงขึ้น

    5.หลีกเลี่ยงการปรุงอาหารโดยการเคี่ยวหรือใช้ความร้อนนานๆ รวมถึงการแช่น้ำนานๆ จะทำให้มีการสูญเสียวิตามินบี 1

    การรักษาด้วยยาขึ้นอยู่กับความรุนแรง ดังนี้
    กรณีมีอาการโรคเหน็บชารุนแรง อาจรักษาด้วยการให้วิตามินบี 1 เสริม ซึ่งมักเป็นชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำเพื่อให้ได้ผลการรักษาในทันที หลังจากนั้นผู้ป่วยจะต้องรับประทานวิตามินบี 1 เสริม เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือน

    ดังนั้น หากมีอาการเหน็บชาร่วมกับอาการผิดปกติอื่น และมีอาการเกิดขึ้นยาวนาน หรืออาการมีความรุนแรงจนไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันอย่างปกติได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจร่างกายโดยละเอียด และไม่ควรตัดสินใจซื้อยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมารับประทานเอง
  • วิธีตรวจเลขผลิตภัณฑ์สุขภาพบน Line @FDAthai( อย. )
    วิธีตรวจเลขผลิตภัณฑ์สุขภาพบน Line @FDAthai( อย. )

    วิธีตรวจเลขผลิตภัณฑ์สุขภาพบน Line @FDAthai( อย. )

  • การใช้ยาในเด็ก
    เด็กเป็นวัยที่หลาย ๆ ส่วนของร่างกายยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ ทำให้เมื่อได้รับยาเข้าไปแล้วอาจมีผลข้างเคียงมากกว่าผู้ใหญ่ หลายครั้งที่พบว่าผู้ปกครองบางคนสับสนและมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้ยาในเด็ก หรือมีความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง เราจึงรวบรวมสาระดี ๆ ที่ควรปฏิบัติมาฝาก ดังนี้
    1.ยาที่ใช้กับเด็กส่วนใหญ่ต้องผ่านการคำนวณขนาดยาจากอายุ หรือน้ำหนักโดยแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง และต้องใช้ยาสำหรับเด็กจึงจะเหมาะสมที่สุด
    2.ใช้ยาเฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้เท่านั้น ใช้ด้วยความระมัดระวัง ไม่ใช้บ่อยเกินความจำเป็น
    3.ปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับปริมาณและระยะเวลาในการใช้ยาอย่างเคร่งครัด ไม่ควรปรับเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน ควรอ่านฉลากยาให้ถี่ถ้วนก่อนใช้ยา และสังเกตลักษณะทางกายภาพของยาว่าเปลี่ยนแปลงจากที่เคยใช้หรือไม่ หากมีการเปลี่ยนแปลงไม่ควรนำยานั้นมาใช้
    4.หากยังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สะดวกจะพบแพทย์หรือเภสัชกร ควรเลือกยาที่มีความปลอดภัยสูง และเลือกยาที่คุ้นเคยหรือที่เคยใช้แล้วปลอดภัย
    5.ไม่ควรให้ยาพร้อมกับอาหารสำหรับเด็ก เพราะจะทำให้เด็กปฏิเสธอาหารในภายหลัง
    6.ไม่ควรผสมยากับนมในขวด เพราะเมื่อเด็กดูดนมไม่หมดจะทำให้เด็กได้รับยาไม่ครบตามขนาดที่ต้องการ และยาบางชนิดอาจมีประสิทธิภาพของยาลดลงเมื่อกินร่วมกับนม
    7.ไม่ควรให้ยาแก่เด็กในขณะที่ดิ้นหรือร้องไห้ เพราะอาจทำให้เด็กสำลักได้
    8.ไม่แนะนำให้นำยามาบดเองแล้วแต่งรสด้วยน้ำเชื่อม
    9.ไม่ควรสั่งซื้อยาทางอินเทอร์เน็ต เนื่องจากไม่มีคำแนะนำในการใช้ยาและมีความเสี่ยงว่าฉลากยาที่บรรจุภายในจะให้ข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริงหรือมีสารอันตรายเจือปน รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ยาชนิด ใหม่ ๆ โดยไม่จำเป็น
    10.เก็บยาทุกชนิดให้พ้นจากมือเด็ก
    11.เมื่อเด็กโตพอที่จะกินยาเม็ดได้ ควรให้เด็กหัดกลืนยาเม็ด เพื่อลดส่วนผสมของน้ำตาลจากการกินยาน้ำเชื่อมและส่งเสริมให้เด็กมีการพัฒนาการที่สมวัย แต่ไม่ควรให้ยาแก่เด็กทั้งกล่องหรือทั้งแผง ควรให้ครั้งละเม็ดหรือตามปริมาณเท่าที่แพทย์สั่งในหนึ่งครั้งเท่านั้นก
    12.ห้ามซื้อยาเม็ดผู้ใหญ่มาแบ่งให้เด็กกินเองโดยเด็ดขาด เพราะไม่ใช่ยาทุกชนิดที่สามารถนำมาแบ่งเม็ดยาได้ ยาบางตัวเป็นยาที่มีการปลดปล่อยตัวยาสำคัญแบบพิเศษ การทำลายเม็ดยาโดยการบด ป่น หรือแบ่งครึ่งจะทำให้การปลดปล่อยตัวยาสำคัญเปลี่ยนไปจากเดิม จึงไม่ได้ผลการรักษาเท่าที่ควรหรืออาจได้รับผลข้างเคียงจากยาเพิ่มมากขึ้น
    นอกจากนี้ผู้ปกครองควรอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติการใช้ยาและอาการของเด็กแก่แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ทุกครั้งที่เข้ารับการรักษาเพื่อความปลอดภัยในการใช้ยาของเด็ก

  • ตำรวจสอบสวนกลางร่วม อย. สบส. ขยายผล ทลายเครือข่ายใช้ซิลิโคนศัลยกรรมเถื่อน ในคลินิกเสริมความงามรายใหญ่ มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท
    วันที่ 16 มกราคม 2566 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ., พ.ต.อ. ธรากร เลิศพรเจริญ,พ.ต.อ.สำเริง อำพรรทอง, พ.ต.อ.ณัฐวัฒน์ เกศะรักษ์, พ.ต.อ.สมเกียรติ ตันติกนกพร รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ., กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โดย นายแพทย์สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดย นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และ ภก.วีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกันแถลงผลงานการขยายผลจับกุมเครือข่ายคลินิกรายใหญ่ ยึดซิลิโคนศัลยกรรมเสริมความงามเถื่อนกว่า 16,164 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 2,932,000 บาท

    สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก. ปคบ. ร่วมกับ อย. และ สสจ.สุพรรณบุรี นำหมายค้นของศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ 882/2565 ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2565 เข้าตรวจค้นโรงสีร้างในพื้นที่ หมู่ 1 ต.วังหว้า อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ที่ใช้เป็นฐานการลักลอบผลิตชิ้นส่วนซิลิโคนศัลยกรรมเสริมจมูกและหน้าผาก เพื่อกระจายไปยังคลินิกต่างๆ ทั่วประเทศ โดยตรวจยึด เครื่องจักรสำหรับผลิตซิลิโคนจมูกและหน้าผาก, แม่พิมพ์ซิลิโคนทรงต่างๆ ​​​จำนวน 68 แบบ, ซิลิโคนเสริมจมูกและหน้าผากสำเร็จรูป จำนวน 1,098 ชิ้น และอุปกรณ์ส่วนควบในการผลิตซิลิโคนศัลยกรรม กว่า 16 รายการ มูลค่าความเสียหาย 3,500,000 บาท โดยดำเนินคดีกับ น.ส.ณัฐปภัสร์ หรือน้ำตาล(สงวนนามสกุล) ผู้ผลิตซิลิโคนเถื่อนในความผิดฐาน “ผลิตเครื่องมือแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต และผลิตเครื่องมือแพทย์โดยไม่ได้รับใบรับแจ้งรายการละเอียด” ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา และรับว่าทำมาแล้วประมาณ 2 ปี

    จากการสืบสวนขยายผลปรากฏพบว่า ซิลิโคนส่วนใหญ่ที่ น.ส.ณัฐปภัสร์ หรือน้ำตาลฯ ผู้ต้องหา ลักลอบผลิต มีพนักงานฝ่ายจัดซื้อของ บริษัท เค เมดิคอล (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นผู้สั่งผลิต ซึ่งเมื่อผลิตเสร็จเรียบร้อยจะถูกส่งไปที่ กรวินคลินิก สาขางามวงศ์วาน และสาขาขอนแก่น และพบหลักฐานการจ่ายเงินค่าซิลิโคนในห้วงปี 2565 มากกว่า 2 ล้านบาท

    ในวันที่ 22 ธันวาคม 2566 บก.ปคบ.จึงได้ร่วมกับ อย. เข้าตรวจค้นกรวินคลินิกสาขางามวงศ์วานและอาคารสต๊อกเครื่องมือทางการแพทย์และอุปกรณ์ที่จะใช้ในคลินิก ตามหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 1093/2565 ลงวันที่ 22 ธ.ค.65 ตรวจยึดชิ้นส่วนซิลิโคนรูปจมูก 12,282 ชิ้น, ซิลิโคนทรงหน้าผาก 27 ชิ้น, ซิลิโคนทรงคาง 3,855 ชิ้น ผลิตภัณฑ์ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 จำนวน 480 รายการ, ผลิตภัณฑ์ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 จำนวน 48 รายการ และผลิตภัณฑ์ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 จำนวน 23 รายการ ซึ่งพนักงานที่ดูแลคลังรับว่าซิลิโคนเหล่านี้จะถูกส่งไปยังกรวินคลินิก ทั่วประเทศ ตามคำสั่งของผู้บริหาร เมื่อนำให้ น.ส.ณัฐปภัสร์ หรือน้ำตาลฯ ตรวจสอบและยืนยัน ผู้ผลิตซิลิโคนเถื่อนรับว่าชิ้นส่วนซิลิโคนที่ตรวจยึดเป็นซิลิโคนที่ตนผลิตในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี และจัดส่งมาให้ทั้งสิ้นจริงและพนักงานดูแลคลังมีการกระจายซิลิโคนไปอีกกว่า 30 สาขา

    ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2566 บก.ปคบ. จึงได้ร่วมกับ อย., สบส., สสจ.ระยอง และสสจ.ขอนแก่นนำหมายค้นตรวจสถานที่จับเก็บชิ้นส่วนซิลิโคนและคลินิกสาขาใหญ่ จำนวน 6 จุด รายละเอียดดังนี้

    1. กรวินคลินิกสาขานครปฐม ถนนหลังพระ ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ตรวจยึดชิ้นส่วนซิลิโคนรูปจมูก 484 ชิ้น, ซิลิโคนคาง 134 ชิ้น, ผลิตภัณฑ์ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 จำนวน 5 รายการ โดยเปิดให้บริการมาแล้ว 1 เดือน

    2. กรวินคลินิกสาขางามวงศ์วาน 2-4 หมู่ 12 ซอยงามวงศ์วาน 27 ถนนงามวงศ์วาน ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ตรวจยึดชิ้นส่วนซิลิโคนรูปจมูก 45 ชิ้น, ซิลิโคนคาง 19 ชิ้น, ผลิตภัณฑ์ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 จำนวน 14 รายการ โดยเปิดให้บริการมาแล้ว 5 ปี

    3. คลังเก็บสินค้าสาขางามวงศ์วาน 619/34 หมู่ 12 ซอยงามวงศ์วาน 27 ซอย 1 ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ตรวจยึดผลิตภัณฑ์ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 จำนวน 185 รายการ

    4. กรวินคลินิกสาขาระยอง 6/5,6 ถนนจันทอุดม ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ตรวจยึดชิ้นส่วนซิลิโคนรูปจมูก 489 ชิ้น, ซิลิโคนคาง 87 ชิ้น, ผลิตภัณฑ์ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 จำนวน 9 รายการ และผลิตภัณฑ์ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ.2522 จำนวน 55 รายการ โดยเปิดให้บริการมาแล้ว 2 ปี 5 เดือน

    5. กรวินคลินิกสาขาอุดรธานี 129/152 ถนนเลี่ยงเมืองอุดร-หนองคาย ต.หนองบัว อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี ตรวจยึดชิ้นส่วนซิลิโคนรูปจมูก 837 ชิ้น, ซิลิโคนคาง 90 ชิ้น, ผลิตภัณฑ์ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 จำนวน 1 รายการ และผลิตภัณฑ์ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอางค์ พ.ศ.2558 จำนวน 144 รายการ โดยเปิดให้บริการมาแล้ว 6 ปี

    6. กรวินคลินิกสาขาขอนแก่น 579 หมู่ 21 ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ตรวจยึดชิ้นส่วนซิลิโคนรูปจมูก 3,144 ชิ้น, ซิลิโคนหน้าผาก 27 ชิ้น, ซิลิโคนคาง 777 ชิ้น, ผลิตภัณฑ์ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 จำนวน 319 รายการ, ผลิตภัณฑ์ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 จำนวน 425 รายการ และผลิตภัณฑ์ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอางค์ พ.ศ.2558 จำนวน 247 รายการ โดยเปิดให้บริการมาแล้ว 8 ปี

    รวมการตรวจค้นทั้งหมด 7 จุด ตรวจยึด 1. ชิ้นส่วนซิลิโคนรูปจมูก 12,282 ชิ้น, 2. ซิลิโคนหน้าผาก 2,775 ชิ้น, 3. ซิลิโคนคาง 1,107 ชิ้น, 4. ผลิตภัณฑ์ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 จำนวน 998 รายการ, 5. ผลิตภัณฑ์ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 จำนวน 474 รายการ, 6.ผลิตภัณฑ์ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 จำนวน 428 รายการ, 7. พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ.2522 จำนวน 55 รายการ มูลค่าความเสียหายกว่า 2,932,000 บาท

  • เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว หลายคนเริ่มเจอกับปัญหาผิวแห้ง แตก ลอกเป็นขุย หรือผิวแห้งมากจนทำให้มีอาการคัน ยิ่งหากเกิดขึ้นบริเวณผิวหน้าอาจทำให้ขาดความมั่นใจ บางคนอยากหาผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นกับผิวมาใช้ แต่ไม่รู้จะเลือกอย่างไรดี วันนี้ อย. มีคำแนะนำดี ๆ มาบอก
    เครื่องสำอางประเภท Moisturizer มีให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น โลชั่น ครีม น้ำมัน แต่มีวัตถุประสงค์ในการใช้เหมือนกัน คือ ใช้ทาผิวหนังเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ลดความแห้งกร้าน ช่วยให้ผิวเนียนเรียบ และมีความยืดหยุ่นได้ดี และจะให้ผลดียิ่งขึ้นถ้าทาผลิตภัณฑ์หลังอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ Moisturizer แต่ละรูปแบบจะมีส่วนผสมที่แตกต่างกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคหลายกลุ่ม เช่น

    ผลิตภัณฑ์รูปแบบโลชั่น จะมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก ทาแล้วไม่เหนียวเหนอะหนะ ล้างออกง่าย เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ผิวธรรมดา
    ผลิตภัณฑ์รูปแบบครีม มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบหลัก ทาแล้วอาจรู้สึกเหนอะหนะบ้าง แต่ช่วยเก็บกักน้ำไว้ที่ผิวหนังได้ดี เหมาะสำหรับบุคคลที่ผิวแห้ง
    ผลิตภัณฑ์รูปแบบน้ำมัน มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ ทาง่ายเพราะเป็นของเหลว เคลือบคลุมผิวในบริเวณกว้างได้อย่างรวดเร็ว แต่อาจรู้สึกเหนอะหนะ ล้างออกยาก ช่วยเก็บกักน้ำไว้ที่ผิวหนังได้ดีมาก เหมาะสำหรับบุคคลที่ผิวแห้งมาก หรือผู้สูงอายุ
    ผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นรูปแบบต่าง ๆ จัดเป็นเครื่องสำอาง หากจะเลือกให้ได้คุณภาพต้องสังเกต ดังนี้

    1. ตรวจดูฉลาก เพื่อดูวัน/เดือน/ปี ที่ผลิต ดูวิธีการใช้และคำเตือนต่าง ๆ

    2. ตรวจสอบฉลากเลขที่ใบรับจดแจ้งก่อนซื้อทุกครั้ง ซึ่งเลขจดแจ้งคือ เลขที่ อย. อนุมัติให้ผลิต นำเข้าเพื่อขายได้ จะมีทั้งหมด 10 หลัก หรือ 13 หลัก

    ที่สำคัญควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบริเวณท้องแขนอย่างน้อย 24 ชั่วโมงซึ่งหากมีอาการผื่น แดง หรือคัน ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์นั้น

    นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ผิวแห้งง่าย เช่น การขาดน้ำ การได้รับความร้อนหรือถูกแดดจัด ๆ การล้างหน้า และการอาบน้ำด้วยน้ำร้อน หรือใช้สบู่ชนิดแรงขัดถูตัวอย่างแรง ทั้งหมดนี้จะทำให้ร่างกายสูญเสียไขมัน ผิวหนังจึงแห้งและระคายเคืองได้ง่าย รวมถึงควรรักษาสุขภาพภายในด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ดื่มน้ำมาก ๆ กินผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งจะช่วยชะลอความเสื่อมของผิว หาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิว หากไม่แน่ใจว่าควรใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทไหน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

  • สารอันตรายในอาหารหมักดอง
    อาหารหมักดองกลับมาได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะรสชาติถูกปาก สามารถเก็บไว้กินได้นาน หาซื้อได้ง่าย แถมปัจจุบันยังมีหลากหลายเชื้อชาติ เช่น กิมจิ นัตโตะ หากผ่านกรรมวิธีปรุงแต่งที่ถูกต้องก็มีประโยชน์ต่อผู้บริโภคไม่น้อย แต่มีอาหารหมักดองอีกหลายชนิดที่ปัจจุบันตรวจพบสารห้ามใช้ หรือวัตถุเจือปนอาหารที่หากใช้ไม่ถูกต้องอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ จะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย

    1. วัตถุเจือปนอาหาร คือ สารที่มีความปลอดภัยสำหรับการใช้ในอาหาร แต่ต้องใช้ให้ถูกต้องตามชนิดอาหารและปริมาณที่กฎหมายกำหนด
    1.1 สารซัคคาริน (Saccharin) หรือ ขัณฑสกร คือสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่มาจากการสังเคราะห์ อาจเรียกได้ว่าน้ำตาลเทียม ด้วยคุณสมบัติที่มีความหวานมากกว่าน้ำตาลทราย 300-700 เท่า มีราคาถูก ให้รสหวานจัด ติดลิ้น และไม่ให้พลังงาน ขัณฑสกรจึงถูกนำมาใช้เพื่อลดต้นทุนอย่างแพร่หลาย
    1.2 สารฟอกขาว เป็นกลุ่มที่เรียกว่า ซัลไฟต์ เป็นสารที่ยับยั้งอาหารไม่ให้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เช่น ถั่วงอก ขิงซอย ยอดมะพร้าว หน่อไม้ดอง เพื่อให้ดูน่ารับประทานมากขึ้น อาการของผู้รับสารชนิดนี้ในปริมาณมากจะเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว อุจจาระร่วง ผู้ที่แพ้อย่างรุนแรงอาจช็อคและหมดสติได้ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่โดนแดดนาน ๆ แล้วสีไม่คล้ำ และเลือกกินอาหารที่มีสีใกล้เคียงธรรมชาติไม่ขาวจนเกินไป
    2. สารห้ามใช้ คือ สารที่ไม่ปลอดภัยสำหรับใช้ในอาหารจึงมีกฎหมายกำหนดเป็นอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ได้แก่

    2.1 ผงกรอบหรือน้ำประสานทอง (บอแรกซ์) เป็นชื่อที่คุ้นเคยกันดี มีชื่อทางเคมีว่า โซเดียมเตตราบอเรต (Sodium tetraborate) ซึ่งมีผู้ผลิตลักลอบใส่ในอาหารเพื่อให้ดูเด้ง หยุ่น กรุบกรอบน่ากิน ผู้บริโภคบางรายกินเข้าไปปริมาณมาก อาจมีอาการอาเจียน น้ำหนักลด มีผื่นคันที่ผิวหนัง ตาบวม เยื่อตาอักเสบ ปวดท้อง ท้องร่วง ตับและไตอักเสบ อาจชัก และเสียชีวิตได้ จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มักพบว่าลักลอบใส่บอแรกซ์ ได้แก่ หมูบด ลูกชิ้น ทอดมัน หมูสด เนื้อสด ไส้กรอก ผลไม้ดอง ทับทิมกรอบ ลอดช่อง เป็นต้น
    2.2 สารกันราหรือกรดซาลิซิลิค มีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ได้ดี ใช้ทำยา หรือเครื่องสำอางบางชนิด แต่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ จึงห้ามใช้ในอาหาร ผู้ที่กินเข้าไปอาจจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อาจระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะอาหารและลำไส้ บางรายเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ หรืออาจเป็นผื่นตามผิวหนังลำตัว ควรหลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง เลือกกินอาหารที่สดใหม่

    การเลือกซื้อ กรณีที่อาหารไม่ได้อยู่ในบรรจุภัณฑ์ ควรดูลักษณะทางกายภาพว่า มีสิ่งเจือปน สีและกลิ่นผิดแปลกจากที่เคยรับประทานหรือไม่ โดยเลือกซื้อจากสถานที่จําหน่ายที่น่าเชื่อถือและคุ้นเคย กรณีที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ ควรสังเกตสภาพภายนอกของบรรจุภัณฑ์ ต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีรอยบุบหรือฉีกขาด มีการเก็บรักษาในสภาพที่เหมาะสม และมีรายละเอียดบนฉลากอาหารให้ครบถ้วน ที่สำคัญ จะต้องมีการแสดงเลขสารบบอาหารในกรอบเครื่องหมาย อย. เพื่อแสดงว่าได้รับอนุญาตจาก อย.

  • ยา Paracetamol กับยา Ibuprofen ต่างกันอย่างไร
    หากพูดถึงยาแก้ปวดหลายคนก็นึกถึงยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ที่เรียกได้ว่าเป็นยาสามัญประจำบ้านที่ต้องมีติดบ้านแทบทุกบ้าน ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) เป็นยาที่มีฤทธิ์แก้ปวดลดไข้ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย สามารถใช้ได้ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ รวมถึงปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตรเมื่อใช้ในขนาดที่เหมาะสม นอกจากนี้หากพูดถึงยาแก้ปวด ก็จะมียาแก้ปวดอีกหนึ่งชนิดที่หลายคนนึกถึง นั่นก็คือ ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ซึ่งตัวอย่างของความแตกต่างระหว่างยาพาราเซตามอล (Paracetamol) และยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) มีดังนี้

    ข้อบ่งใช้ เช่น

    ยาพาราเซตามอล (Paracetamol): บรรเทาอาการปวด ลดไข้

    ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen): บรรเทาอาการปวด ลดไข้ และต้านการอักเสบ

    การรับประทาน เช่น

    ยาพาราเซตามอล (Paracetamol): 10 – 15 มิลลิกรัม/กิโลกรัม โดยรับประทานทุก 4 - 6 ชั่วโมง ขนาดยาสูงสุดไม่เกิน 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน (ในผู้ใหญ่)

    ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen): สำหรับบรรเทาอาการปวดหัว ลดไข้ ผู้ใหญ่ : รับประทานครั้งละ 200 - 400 มิลลิกรัม ทุก 4 - 6 ชั่วโมง ขนาดยาสูงสุดไม่เกิน 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน
    อาจเพิ่มหัวข้อระยะเวลาในการใช้ยา
    ยาพาราเซตามอล (Paracetamol): ไม่ควรใช้ยาติดต่อกันเกิน 5 วัน
    ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen): ไม่ควรใช้ยาติดต่อกันเกิน 10 วัน

    ผลข้างเคียง/ข้อควรระวัง เช่น

    ยาพาราเซตามอล (Paracetamol): ผู้ป่วยโรคตับไม่ควรใช้ยา ผู้ที่ดื่มเหล้าเป็นประจำ อาจมีความเสี่ยงเกิดพิษต่อตับจากยาได้มากขึ้น ผู้ที่แพ้ยาพาราเซตามอลเกิดผื่น ลมพิษ บวมที่บริเวณหน้า ริมฝีปาก ควรหยุดใช้ยาทันทีและรีบไปพบแพทย์ ทั้งนี้ มียาหลายชนิดที่มีตัวยา Paracetamol เป็นส่วนผสมอยู่ เช่น ยาแก้ไข้หวัดแบบเม็ดรวม ซึ่งมียา Paracetamol และยาลดน้ำมูกร่วมด้วย ดังนั้น จึงควรเลือกใช้ยาให้เหมาะสมเพื่อให้ไม่ได้รับยาเกินขนาด เพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา

    ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen): ทำให้เกิดแผล มีเลือดออกในทางเดินอาหาร และทางเดินอาหารทะลุ จึงควรรับประทานยาทันทีหลังอาหาร หรือพร้อมกับอาหาร นม หรือยาลดกรด ควรระวังการใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์ และให้นมบุตร รวมถึงผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคไข้เลือดออก

    จะเห็นได้ว่าทั้งยาพาราเซตามอล (Paracetamol) และยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ถึงแม้ว่าจะมีข้อบ่งใช้ในการแก้ปวดเหมือนกัน แต่การใช้และรายละเอียดด้านอื่น ๆ เช่น ข้อควรระวัง หรือผลข้างเคียงนั้นมีความแตกต่างกันมาก ในการใช้ยาแต่ละประเภทจึงควรให้ความสำคัญในการอ่านฉลากยาก่อนบริโภค เพื่อที่จะสามารถใช้ยาได้อย่างปลอดภัย


  • น้ำตาลกับภาวะฟันผุ
    เมนูอาหารส่วนใหญ่ที่เรารับประทานกันทุกวันนี้ มักมีส่วนผสมของน้ำตาลอยู่ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลจากธรรมชาติในตัวอาหาร หรือน้ำตาลที่เราปรุงแต่งเติมลงไป และเป็นที่รู้กันดีว่าน้ำตาลยังเป็นปัจจัยที่ทำให้อวัยวะที่แข็งแรงและใช้ในการบดเคี้ยวอาหารอย่างฟันเกิดการผุกร่อน หรือที่เราเรียกว่ากันว่า “ฟันผุ”

    สาเหตุการเกิดโรคฟันผุ

    ฟันผุ เริ่มจากการรับประทานอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล เชื้อแบคทีเรียในคราบจุลินทรีย์จะย่อยน้ำตาลเหล่านั้นแล้วผลิตกรดออกมา ทำให้ช่องปากของเราเปลี่ยนสภาพเป็นกรด ซึ่งกรดนี้จะทำให้เกิดการละลายแร่ธาตุจากผิวเคลือบฟันออกไป หากเรารับประทานวันละหลาย ๆ ครั้ง ก็ทำให้เคลือบฟันถูกละลายอยู่ตลอดเวลา ไม่ทันได้ดูดซึมแร่ธาตุกลับคืนไป ก็จะทำให้ผิวเคลือบฟันแตกออก เกิดเป็นรูให้เห็นเป็นรอยฟันผุ

    เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคฟันผุ มีวิธีปฏิบัติได้ด้วยตนเองอย่างง่าย ๆ ดังนี้

    แปรงฟันถูกวิธี อย่างน้อย วันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน โดยแปรงฟันครั้งละ อย่างน้อย 2 นาที ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟัน ควรแปรงฟันหลังรับประทานอาหารเสร็จทุกครั้ง หรือถ้าทำได้ไม่สะดวก ก็ใช้วิธีบ้วนน้ำแรง ๆ หลาย ๆ ครั้ง
    หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานจัด อาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล ซึ่งเป็นอาหารที่ส่งเสริมให้ฟันผุได้ง่าย หรือบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม และลดการรับประทานอาหารจุบจิบ
    ตรวจสุขภาพฟันทุก ๆ 6 เดือน หรืออย่างน้อยปีละครั้ง
    ใช้ยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์ อย่างน้อย 1,000 - 1,500 ppm เพื่อป้องกันฟันผุ หลังการแปรงฟัน ควรบ้วนน้ำแต่น้อย และไม่ควรดื่มน้ำตามภายหลังการแปรงฟันอย่างน้อย 30 นาที
    ยาสีฟัน เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการป้องกันฟันผุ โดยการทำงานร่วมกับแปรงสีฟัน โดยแนะนำให้ใช้ยาสีฟันที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลเพื่อป้องกันฟันผุ และควรเลือกใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ผสมอยู่ด้วย เพราะสารฟลูออไรด์นั้นมีความสำคัญต่อช่องปาก และช่วยเสริมสร้างสุขภาพฟันที่ดี นอกจากนั้น ยังช่วยป้องกันโรคฟันผุได้อีกด้วย

    วิธีเลือกและคำแนะนำในการใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันฟันผุ

    เลือกยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์ และแปรงฟันอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันฟันผุช่วยให้ฟันแข็งแรง
    ควรเลือกใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงนุ่ม จะได้ไม่ทำลายเนื้อฟันชั้นนอกระหว่างการแปรงฟัน
    เลือกยาสีฟันที่มีฉลากภาษาไทย ที่ระบุชื่อและที่ตั้งผู้ผลิต/นำเข้า เลขที่ใบรับจดแจ้ง อย่างชัดเจน

  • อ้างลดอัตราการ เสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง โรคสมองเสื่อม โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง

    * อย.ตรวจสอบแล้ว " เป็นข้อมูลเท็จ " เตือนประชาชนอย่าแชร์ อย่าหลงเชื่อ

    ผลิตภัณฑ์ฉลากระบุ นาเมทีส ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Nametis Dietary Supplement Product) ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบสืบค้นข้อมูลการอนุญาตผลิตภัณฑ์ของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในชื่อ นาเมทีส (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) พบผลิตภัณฑ์ได้รับ อนุญาตในเลขสารบบอาหาร 13-1-15859-5-0024 และเลขสารบบอาหาร 13-1-15859-5-0359 สถานะผลิตภัณฑ์: ยกเลิกโดยผู้ประกอบการ และเลขสารบบอาหาร 13-1-15859-5-0768 สถานะผลิตภัณฑ์: คงอยู่ ซึ่งการแสดงข้อความ ลดอัตราการเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและ สมอง โรคสมองเสื่อม โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง เข้าข่ายเป็นโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือ สรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร เนื่องจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่มีผลในการบำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค และต้องแสดงคำ เตือนดังกล่าวบนฉลาก ทั้งนี้ อย. จะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดต่อไป

  • น้ำมันทอดซ้ำ อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
    เชื่อว่าอาหารทอดเป็นเมนูโปรดของหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะเป็น ไก่ทอด หมูทอด ลูกชิ้นทอด ทอดมัน กล้วยทอด และปาท่องโก๋ แต่รู้หรือไม่ว่าอาหารที่ผ่านการทอดจากน้ำมันใช้ซ้ำหลาย ๆ ครั้ง ส่งผลรุนแรงต่อร่างกายจากสารอันตรายที่เกิดขึ้น

    น้ำมันทอดซ้ำ หรือน้ำมันที่เสื่อมคุณภาพ จะมีลักษณะเหนียวข้น สีดำ มีกลิ่นเหม็นหืน มีฟอง และเกิดควันมากขณะทอด เกิดจากการทอดซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง เมื่อน้ำมันถูกทอดซ้ำมาก ๆ ที่ความร้อนสูงเป็นระยะเวลานาน ทำให้เร่งการเสื่อมสภาพของน้ำมัน ซึ่งการเสื่อมคุณภาพของน้ำมันทอดอาหารทำให้เกิดสารประกอบโพลาร์ (Polar compounds) หรือสารโพลาร์ และสารประกอบโพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic Aromatic Hydrocarbon; PAHs) ซึ่งในการทอดอาหารซ้ำแต่ละครั้ง สารโพลาร์จะมีประมาณร้อยละ 25 หากมีการใช้น้ำมันนี้ทอดซ้ำอีกครั้งต่อไปสารโพลาร์ก็จะยิ่งมีมากขึ้นไปเรื่อย ๆ เกินกว่าร้อยละ 25 หมายความว่าน้ำมันจะยิ่งเสื่อมสภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งกฎหมายได้กำหนดให้น้ำมันที่ใช้ทอดอาหาร หรือประกอบอาหารเพื่อจำหน่าย มีปริมาณสารโพลาร์ได้ไม่เกินร้อยละ 25 ของน้ำหนัก

    อันตราย..จากน้ำมันทอดซ้ำ

    - สารโพลาร์ เป็นสาเหตุทำให้เกิดความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

    - สารโพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็ง

    - ผู้ประกอบอาหารทอดที่สูดดมไอระเหยของน้ำมันทอดอาหารเป็นเวลานานมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอด

    ข้อแนะนำในการใช้น้ำมันทอดอาหาร

    - หลีกเลี่ยงการซื้อน้ำมันที่ผ่านการใช้แล้ว ซึ่งมักนำมาบรรจุถุงพลาสติกวางจำหน่าย

    - เลือกซื้อน้ำมันที่มีภาชนะบรรจุที่มีฉลากชัดเจน และมีเลขสารบบอาหาร ต้องไม่มีสิ่งแปลกปลอม เช่น ผงสีดำ หรือตะกอนขุ่นขาว รวมทั้งภาชนะบรรจุต้องอยู่ในสภาพปิดผนึก ไม่มีรอยฉีกขาด

    - ไม่ใช้น้ำมันที่มีกลิ่นเหม็นหืน เหนียวข้น สีดำ มีฟองมาก เป็นควันง่าย และมีกลิ่นเหม็นไหม้

    - ควรซับน้ำบริเวณผิวหน้าอาหารดิบก่อนทอด เพื่อชะลอการเสื่อมคุณภาพของน้ำมัน ควรทอด
    อาหารครั้งละไม่มากเกินไป และหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนสูงในการทอด

    - ควรเปลี่ยนน้ำมันทอดอาหารบ่อยขึ้น หากทอดอาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่มีส่วนผสมของเกลือหรือเครื่องปรุงรสผสมอยู่ น้ำมันที่ทอดไม่ควรใช้ทอดซ้ำเกิน 2 ครั้ง

    - หมั่นกรองอาหารทิ้งระหว่างและหลังการทอดอาหาร

    - การใช้น้ำมันเก่าซ้ำแล้วซ้ำอีก และเติมน้ำมันใหม่ผสมลงไป เป็นการเร่งการเสื่อมสภาพของน้ำมันทำให้เกิดสารโพลาร์สูงขึ้น เป็นอันตราย

  • อย. เตือนภัย อย่านำยาฆ่าแมลงมาฉีดพ่นปลาแดดเดียว เพื่อป้องกันแมลงวันตอม คนกินอันตราย คนขายก็มีความผิดด้วย เพราะเป็นการจำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ มีโทษทั้งจำทั้งปรับ

    นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีมีผู้โพสต์เฟสบุ๊ก ซื้อปลาแดดเดียวมาทอดให้ลูกสาวอายุ 2 ปี 4 เดือน กิน มีอาการชักเกร็ง คอแข็ง ลิ้นแข็ง น้ำลายไหล แพทย์ระบุว่าได้รับสารพิษจำพวกยาฆ่าแมลงออแกโนฟอสเฟตนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีความห่วงใย หากมีการนำยาฆ่าแมลงมาฉีดพ่นลงในตัวปลาแดดเดียว เพื่อป้องกันแมลงวันตอม วิธีการเช่นนี้นับว่าเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคอย่างมาก ทั้งนี้ ยาฆ่าแมลงกลุ่มออร์แกโนฟอสเฟต (Organophosphates) เป็นสารเคมีกำจัดแมลงที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศเกษตรกรรม แต่มีพิษเฉียบพลันสูง ทำให้หลอดลมตีบ หายใจลำบาก คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องบิด ท้องเสีย เหงื่อออก น้ำลายน้ำตาไหล ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตต่ำ ม่านตาเล็ก ตามัว ปัสสาวะบ่อยกลั้นไม่อยู่ ทั้งนี้ อาการที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับปริมาณของสารและน้ำหนักตัวของผู้ที่ได้รับสารจากอาหารที่มีสารดังกล่าว นอกจากนี้ การใช้สารในกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตในปลาแดดเดียวดังกล่าว เป็นการใช้ผิดวัตถุประสงค์ เนื่องจากเป็นการใช้ฉีดพ่นอาหารโดยตรง ซึ่งอาหารที่มีการปนเปื้อนยาฆ่าแมลงกลุ่มออร์แกโนฟอสเฟตในปริมาณที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค จัดเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    รองเลขาธิการฯ กล่าวต่อไปว่า ผู้บริโภคควรเลือกซื้อปลาแดดเดียวจากสถานที่จำหน่ายที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ เนื่องจากปกติแล้วอาหารจําพวกปลาตากแห้งมักมีแมลงวันตอม แต่หากไม่พบแมลงวันมาตอมก็อย่าได้วางใจซื้อ ควรล้างให้สะอาดและนํามาผ่านความร้อนให้สุกก่อนนํามารับประทานหากผู้บริโภคไม่แน่ใจในคุณภาพหรือความปลอดภัยของอาหาร หรือพบเห็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ได้รับความปลอดภัยจากการบริโภค และหากมีข้อสงสัยเรื่องความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สุขภาพ สามารถสอบถามหรือแจ้งร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย. 1556 หรือผ่าน Line @FDAThai, Facebook: FDAThai หรือ E-mail: 1556@fda.moph.go.th ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ.กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

  • อย. ตรวจสอบแล้ว ยาลดไข้อินเดียที่ตรวจพบสารปนเปื้อนวัตถุห้ามใช้ในอาหาร ไม่พบการขึ้น ทะเบียนผลิตภัณฑ์ยาดังกล่าวในประเทศไทย และไม่พบข้อมูลการขายบนอินเทอร์เน็ต รวมทั้งไม่มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสำเร็จรูปและวัตถุดิบที่มาจากบริษัทที่ผลิตยาดังกล่าว อย. เน้นมีมาตรการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศอย่างเข้มงวดและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องต่อไป

    นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า กรณีที่มี ข่าวเด็กในสาธารณรัฐอุซเบกิซถานเสียชีวิต จำนวน 18 ราย หลังรับประทานยาน้ำลดไข้ “ดอค-วัน แม็กซ์” ที่ผลิตโดยบริษัท มาเรียนไบโอเทค จากประเทศอินเดีย โดยตรวจพบการปนเปื้อนสารเอทิลีนไกลคอล (ethylene glycol) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบแล้ว ไม่พบการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ยาดังกล่าว และไม่พบข้อมูลการขายบนอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย รวมทั้งไม่มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสำเร็จรูปและวัตถุดิบที่มาจากบริษัท มาเรียนไบโอเทคฯ

    ทั้งนี้สารปนเปื้อนดังกล่าวจัดเป็นวัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร ซึ่งส่งผลให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย เช่น ปวดท้อง อาเจียน ท้องเสีย ปัสสาวะไม่ออก ปวดศีรษะ สภาพจิตใจผิดปกติ ไตวาย และอาจเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม อย. มีมาตรการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศอย่างเข้มงวด และจะดำเนินการเฝ้าระวังอย่าง ต่อเนื่องต่อไป

  • อย. ไม่อนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอ้าง อกฟู รูฟิต
    ผู้บริโภคส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้หญิง มักตกเป็นเหยื่อและได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสามารถปรับเปลี่ยนสภาพร่างกาย ช่วยให้หน้าอกใหญ่ขึ้น กระชับช่องคลอด หรือที่เรียกกันติดปากว่า“อกฟู รูฟิต”จะรับประทานเท่าไหร่ก็ได้ตามต้องการ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผิดและเป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อเพื่อหวังผลทางการตลาดเท่านั้น หากบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีสารอันตรายเข้มข้นในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้

    ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานนอกเหนือจากการรับประทานอาหารตามปกติอยู่ในรูปแบบเม็ด แคปซูล ผง เกล็ด ของเหลวหรือลักษณะอื่น ซึ่งมิใช่รูปแบบอาหารตามปกติ (conventional foods) สำหรับผู้บริโภคที่คาดหวังประโยชน์ทางด้านส่งเสริมสุขภาพ จึงไม่ใช่ยารักษาโรค ไม่ได้ช่วยเสริมเรื่องเพศ ที่สำคัญ อย.ไม่เคยอนุญาตโฆษณา "อกฟู รูฟิต" ดังนั้นไม่ควรหลงเชื่อโฆษณาที่กล่าวอ้างสรรพคุณในลักษณะนี้ นอกจากทำให้เสียเงินโดยไม่จำเป็น อาจได้รับผลข้างเคียงและอันตรายจากการแอบใส่ส่วนประกอบที่มีฮอร์โมนเพศ ซึ่งอาจไปรบกวนสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้

    ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่กล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริงในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะลดน้ำหนัก เสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ ทำให้ผิวขาวใส ฟิต หุ่นเฟิร์ม หรือใช้บุคคลเป็นตัวแทนบอกเล่าสรรพคุณการใช้ พบได้หลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางเว็บไซต์ คอลเซ็นเตอร์ เคเบิลทีวี วิทยุ หรือตามหนังสือพิมพ์ นิตยสารต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งการกระทำผิดมี 2 ประเภทคือ 1.) ได้รับอนุญาตผลิตภัณฑ์แต่ไม่ได้รับอนุญาตโฆษณา และ 2.) ไม่ได้รับอนุญาตทั้งผลิตภัณฑ์และโฆษณา ผู้บริโภคจึงควรใช้วิจารณญาณพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเหล่านี้
  • เรื่อง การต่ออายุใบอนุญาตที่หมดอายุในปี พ.ศ. 2565

    !!! ประชาสัมพันธ์!!!
    เรื่อง การต่ออายุใบอนุญาตที่หมดอายุในปี พ.ศ. 2565

    ระบบe-submission
    กองอาหารจะเปิดระบบให้ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอต่ออายุและชำระค่าคำขอผ่านระบบ e-submission สถานที่ได้ถึงวันที่ 3 มกราคม 2566
    ดังนั้น ในวันที่ 4 มกราคม 2566 ผู้ประกอบการจะไม่สามารถอัพโหลดคำขอต่ออายุผ่านระบบได้ รวมทั้งคำขอและใบสั่งชำระที่ผู้ประกอบการยังไม่ได้ชำระเงินค่ายื่น
    จะถูกปรับสถานะเป็นยกเลิกโดยอัตโนมัติ

    (*) ระบบนำเข้าข้อมูล (*)
    กองอาหารขยายเวลาให้เจ้าหน้าที่สามารถลงคำขอต่ออายุในระบบนำเข้าข้อมูล ได้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 เท่านั้น


    (do not enter) ดังนั้น ในวันที่ 1 มีนาคม 2566 หากใบอนุญาตใดที่หมดอายุในปี 2565 ไม่มีการลงข้อมูลคำขอต่ออายุทั้งในระบบ e-submission หรือ ระบบนำเข้าข้อมูล กองอาหารจะปรับสถานะใบอนุญาตเป็น "สิ้นสภาพเนื่องจากขาดต่ออายุ" เจ้าหน้าที่จะไม่สามารถปรับปรุงข้อมูลใบอนุญาต หรือ ลงคำขอผ่านระบบนำเข้าข้อมูลได้อีก (do not enter)

    หมายเหตุ : ใบอนุญาตที่มีการลงคำขอต่ออายุไว้ในระบบฯแล้ว เจ้าหน้ายังคงพิจารณาคำขอ หรือ ลงผลการพิจารณาต่อได้ตามปกติ

    กองอาหาร
    21 ธันวาคม 2565

  • เลือกกระเช้าปีใหม่
    ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับเทศกาลปีใหม่ หลายคนเริ่มมองหาของขวัญเพื่อมอบให้กับคนรัก ครอบครัว พี่น้อง หรือผู้ที่เคารพนับถือ โดยหนึ่งในของขวัญที่ได้รับความนิยมคือ "กระเช้าปีใหม่" หรือกระเช้าของขวัญ แล้วการเลือกซื้อ "กระเช้าปีใหม่" ให้มีคุณภาพและปลอดภัยควรจะเลือกซื้ออย่างไรดี

    แนะนำให้เลือก

    ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice)” บนฉลากผลิตภัณฑ์ เพื่อคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมต่อสุขภาพ ลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้สัญลักษณ์นี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกบริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการตามความเหมาะสมกับสภาพร่างกาย และหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้
    ต้องมีการแสดงฉลากของผลิตภัณฑ์อาหารที่จัดรวมในภาชนะ ที่แสดงรายละเอียดโดย
    ระบุชื่อ ประเภท หรือ ชนิดของอาหารแต่ละรายการ
    วันเดือนปีที่หมดอายุหรือควรบริโภคก่อนของอาหารแต่ละรายการที่บรรจุในกระเช้า
    ต้องแสดงฉลากด้วยข้อความภาษาไทยที่เห็นได้ชัดเจน และอ่านได้ง่าย
    ต้องมีการห่อหุ้มอยู่ในสภาพดี
    ทั้งนี้ เมื่อนำกระเช้าไปมอบให้แก่ผู้รับ ไม่ควรแกะฉลากรวมออก เนื่องจากผู้รับสามารถตรวจสอบรายการผลิตภัณฑ์อาหารและวันหมดอายุว่าตรงกับฉลากหรือไม่



    #วันปีใหม่ #กระเช้าของขวัญ #ผลิตภัณฑ์อาหาร #สัญลักษณ์โภชนาการทางเลือกสุขภาพ

  • อย. พร้อมให้การพิจารณาประเมินประสิทธิภาพของกระบวนการรีไซเคิลเม็ดพลาสติกเพื่ออนุญาตการใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล rPET ซึ่ง ณ ปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดมายื่นขอประเมิน ทั้งนี้ การยื่นขอประเมินต้องส่งรายงานผลประเมินประสิทธิภาพของกระบวนการรีไซเคิลจากหน่วยประเมินความปลอดภัยตามที่ อย. กำหนดไว้

    นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลว่ามีผู้ประกอบการเม็ดพลาสติกรีไซเคิลอยู่ระหว่างรอ อย. อนุมัติการใช้เม็ดพลาสติกรีไซเคิลชนิด rPET และ rHDPE เพื่อใช้บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจสอบพบว่า บริษัทดังกล่าวอยู่ระหว่างการยื่นเอกสารให้หน่วยประเมินความปลอดภัย จึงยังไม่มีรายงานผลประเมินประสิทธิภาพของกระบวนการรีไซเคิลที่ออกให้โดยหน่วยประเมินความปลอดภัยที่ อย กำหนดมายื่นให้ อย. ดังนั้น อย. จึงยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องแต่อย่างใด

  • การสำรวจพบ 10 ธุรกิจดาวรุ่ง ได้แก่
    1. ธุรกิจการแพทย์และความงาม
    2. ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ
    3. ธุรกิจโซเชียลมีเดีย ออนไลน์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ , ธุรกิจด้านฟินเทค ชำระเงินผ่านระบบเทคโนโลยี , คอนเสิร์ต งานจัดแสดงสินค้า อีเวนต์
    4. ธุรกิจจัดทำคอนเทนต์ ยูทูบเบอร์ รีวิวสินค้า อินฟลูเอนเซอร์ , โฆษณาและสื่อออนไลน์
    5. ธุรกิจแพลตฟอร์ม ตัวกลางด้านอิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจแมตชิ่ง เช่น สั่งอาหาร, หาคู่, เรียกรถ
    6. ธุรกิจประกันภัย ประกันชีวิต , ธุรกิจบันเทิงยามค่ำคืน ผับ บาร์ คาราโอเกะ
    7. ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ทัวร์และที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว , ธุรกิจโมเดิร์นเทรด ค้าปลีกสมัยใหม่
    8. ธุรกิจโลจิสติกส์ เดลิเวอรี คลังสินค้า , ตู้หยอดเหรียญ
    9. ธุรกิจอีสปอร์ตและที่เกี่ยวเนื่อง , ธุรกิจอาหารเสริม, อาหารและเครื่องดื่ม (ไม่มีแอลกอฮอล์)
    10. ธุรกิจยานยนต์, ความเชื่อ สายมู, คอนเทนต์บันเทิง เช่น ละคร หนัง ซีรีส์วาย , ธุรกิจเกี่ยวกับกัญชา-ใบกระท่อม
    -----
    10 ธุรกิจดาวร่วง ปี 2566
    1. ธุรกิจฟอกย้อม , ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และวารสาร หนังสือพิมพ์ที่เป็นรูปแบบกระดาษ
    2. ธุรกิจรับส่งสื่อสิ่งพิมพ์ตามบ้าน-สถานที่ทำงาน , ธุรกิจโรงพิมพ์ และ การพิมพ์
    3. ธุรกิจคนกลาง
    4. ร้านขายหนังสือ
    5. ธุรกิจเครื่องปั้นดินเผา และเซรามิก
    6. ธุรกิจร้านถ่ายรูป , ธุรกิจหัตถกรรม
    7. ธุรกิจผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ไร้ฝีมือ หรือ "เสื้อผ้าโหล"
    8. ธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซี
    9. ธุรกิจโรงเรียนเอกชน
    10. ธุรกิจร้านโชห่วย
    ข้อมูลจาก : กรุงเทพธุรกิจ
    อ้างอิง : https://www.blockdit.com/posts/63a1ab4e00d59485b8f3366d

  • อย. จับมือหลายหน่วยงาน นำยาเสพติดของกลางที่คลังยาเสพติดมาทำลาย 31,858 กิโลกรัมมูลค่ารวมกว่า 28,753 ล้านบาท ในวันที่ 21 ธันวาคม 2565 ณ บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) นิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ

    นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานอัยการสูงสุด จัดให้มีการทำลายยาเสพติดของกลาง จำนวนรวมกว่า 31,858 กิโลกรัม จาก 186 คดี มูลค่ารวมกว่า 28,753 ล้านบาท โดยมีเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ที่มีน้ำหนักมากสุดกว่า 24,596 กิโลกรัม รองลงมา คือ เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) น้ำหนักกว่า 6,054 กิโลกรัม เฮโรอีนน้ำหนักกว่า 459 กิโลกรัม ฝิ่นน้ำหนักกว่า 98 กิโลกรัม ยาอีน้ำหนักกว่า 64 กิโลกรัม โคคาอีนน้ำหนักกว่า 5 กิโลกรัม และนอกจากนี้ ยังมีวัตถุออกฤทธิ์น้ำหนักกว่า 578 กิโลกรัม โดยของกลางทั้งหมดจะถูกนำไปเผาทำลายที่บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) นิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ ซึ่งในการทำลายยาเสพติดครั้งนี้ ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NG) ในการเผาไหม้ที่อุณหภูมิสูงกว่า 1,200 °C พร้อมทั้งระบบควบคุมสารมลพิษที่เหลือจากการทำลายที่ทันสมัย มั่นใจได้ว่าไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ตรงตามมาตรฐานสากล US EPA ในการกำจัดขยะอุตสาหกรรมอันตราย

  • ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับสูตรผสมน้ำอัดลม
    แชร์กันไปเรื่อยจนเป็นกระแสที่สร้างความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับสูตรผสมน้ำอัดลม ที่ใครบางคนอาจทำตาม
    จนได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งสูตรผสมน้ำอัดลมที่ว่านี้จะมีสูตรอะไรบ้าง แล้วแต่ละสูตรจะเชื่อได้หรือใช้ได้จริงหรือไม่ มาติดตามกันเลย...

    ดื่มน้ำอัดลมผสมนม ทำให้เกิดตะกอนหินปูนที่ลำไส้.. จริงหรือ ?
    ไม่จริง เพราะตะกอนที่ว่านั้นคือโปรตีนของนม เนื่องจากในน้ำอัดลมมีกรดเป็นส่วนประกอบ เมื่อนมไปสัมผัสกับกรดของน้ำอัดลม จึงทำให้โปรตีนในนมเกิดการเปลี่ยนสภาพ มีลักษณะเป็นก้อนแยกตัวออกจากน้ำ ซึ่งก้อนที่แยกตัวออกจากน้ำนั้นคือ ตะกอนโปรตีนของนม ไม่ใช่ตะกอนหินปูนแต่อย่างใด ดังนั้น การดื่มน้ำอัดลมผสมนม ไม่ได้ทำให้เกิดตะกอนหินปูนที่ลำไส้ อย่างที่แชร์กัน

    ดื่มน้ำอัดลมใส่เกลือ แก้อาการขาดน้ำจากภาวะท้องเสีย.. จริงหรือ ?
    ไม่จริง เพราะในน้ำอัดลมมีการอัดแก๊ส หากดื่มในขณะที่มีอาการท้องเสีย อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือทำให้อาการท้องเสียแย่ลงได้ และต้องระวังในผู้ป่วยโรคเบาหวานและเด็กเล็ก ดังนั้น ควรดื่มน้ำละลายผงน้ำตาลเกลือแร่ (Oral Rehydration Salt หรือ ORS) เพื่อช่วยทดแทนการสูญเสียน้ำจากภาวะท้องเสีย โดยการจิบน้ำละลายผงน้ำตาลเกลือแร่อย่างช้า ๆ แทนน้ำ และควรดื่มให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง แต่หากอาการไม่ดีขึ้น เช่น รับประทานอาหารไม่ได้ มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง อุจจาระมีมูกเลือดปน มีกลิ่นเหม็นผิดปกติคล้ายกุ้งเน่า มีไข้สูงเกินกว่า 38.5 องศาเซลเซียส ควรรีบไปพบแพทย์

    ดื่มน้ำอัดลมผสมเครื่องดื่มชูกำลัง แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ.. จริงหรือ ?
    ไม่จริง เพราะทั้งน้ำอัดลมและเครื่องดื่มชูกำลังไม่มีส่วนประกอบของสารที่มีผลต่อรอบเดือน จึง
    ไม่สามารถทำให้ประจำเดือนมาตามปกติได้ ซ้ำร้าย.. หากดื่มน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มชูกำลังในปริมาณมาก อาจทำให้ได้รับน้ำตาลมากเกินไปจนนำไปสู่ภาวะโรคอ้วนได้ นอกจากนี้หากดื่มเครื่องดื่มชูกำลังในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้ได้รับปริมาณกาเฟอีนมากจนเกิดอาการนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย และหัวใจเต้นเร็วได้ สำหรับสาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกตินั้น อาจเกิดจากความเครียด การตั้งครรภ์ วัยทอง น้ำหนักตัวเพิ่มหรือลดมากเกินไป หรือ
    การรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด ยาจิตเวช ยาต้านซึมเศร้า ยารักษาความดันโลหิตสูง หรือทำเคมีบำบัด

    อ่านมาถึงตรงนี้จะเห็นว่า สูตรผสมน้ำอัดลมที่กล่าวมาข้างต้น ล้วนแล้วแต่เป็นสูตรลวงที่สร้างความเชื่อผิด ๆ ทั้งสิ้น ฉะนั้น ก่อนจะเชื่อหรือจะแชร์ข้อมูลสุขภาพใด ๆ เรามาเช็กข้อมูลให้ชัวร์ก่อนแชร์ กับ อย. เช็ก ชัวร์ แชร์ กันก่อนจะดีกว่า

  • อย. ผนึกความร่วมมือกับเอไอเอส ส่งต่อข้อมูลผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์
    เสริมการท างานของ อสม. เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ
    อย. ร่วมมือกับเอไอเอส ช่วย อสม. ทั่วประเทศเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผ่านแอปพลิเคชัน อสม.
    ออนไลน์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลความรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์
    สุขภาพได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย

  • พบการโฆษณาผลิตภัณฑ์ “WIBERRY” เลข อย. 11-106353-5-0018 ทางเว็บไซต์ระบุสรรพคุณ
    “...การคิดค้นสูตรสากลที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างมากในเรื่อง ของ: กระจกตา (กระจกตาขาวขุ่น การเกิด
    แผลเป็น) เส้นประสาทตา (ต้อหิน) จอประสาทตา (โรคจุดภาพชัดที่ จอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ เบาหวานขึ้นตา
    สายตาสั้น สายตายาว) เลนส์แก้วตา (ต้อกระจก) แล้วหมอก็ท าได้ ส าเร็จ!...”
    ส านักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เป็นข้อมูลลวง
    เนื่องจากการโฆษณาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จัดเป็นการโฆษณาแสดงคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอัน
    เป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร และไม่ได้รับอนุญาตโฆษณากับ
    อย. ส าหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อย.ไม่อนุญาตให้โฆษณาไปในทิศทางที่เกี่ยวกับการรักษาโรคต่างๆ ส่วนเว็บไซต์
    ที่ท าการโฆษณา ไม่พบข้อมูลผู้โฆษณา พบเพียงวิธีการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์จะต้องกรอกชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ ของ
    ผู้ซื้อลงในเว็บไซต์ รวมทั้งเป็นเว็บไซต์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศ หากเกิดปัญหาใด ๆ ในการบริโภค
    ผลิตภัณฑ์จะไม่สามารถตามหาผู้รับผิดชอบได้ดังนั้น จึงขอเตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อโฆษณาลักษณะนี้

  • อย. พร้อม สสจ.ทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจกระเช้าปีใหม่ในซูเปอร์มาร์เก็ต สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค ได้กระเช้าที่มีคุณภาพ

  • ต ารวจสอบสวนกลางร่วม สบส. และ อย.เปิดยุทธการ “หยุดเถื่อน”
    ปราบหมอปลอมหลอกจิ้มหน้า ตรวจค้น 8 จุด
    วันที่ 6 ธันวาคม 2565 กองบัญชาการต ารวจสอบสวนกลาง โดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.,
    พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ., พ.ต.อ. ธรากร เลิศพรเจริญ,
    พ.ต.อ.ส าเริง อ าพรรทอง, พ.ต.อ.ณัฐวัฒน์ เกศะรักษ์, พ.ต.อ.สมเกียรติ ตันติกนกพร รอง ผบก.ปคบ.,
    พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ., กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โดย นพ.สุระ วิเศษศักดิ์
    อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และนพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
    ส านักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดย นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา
    ภญ.อรัญญาเทพพิทักษ์ผอ.ศูนย์จัดการเรื่องร้องเรียนและปราบปรามการกระท าผิดกฎหมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ (ศรป.)
    ร่วมกันแถลงผลงานจับกุมกวาดล้างหมอเถื่อนและคลินิกเสริมความงามเถื่อน เบื้องต้นมีการด าเนินคดีกับ
    ผู้ต้องหา 8 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้อง 836 รายการ

  • อย.พบผลิตภัณฑ์ 2รายการ โฆษณาบนเว็บไซต์ออนไลน์ ได้แก่
    1.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอ็อคลาริซิน (Oclarizin) เลขสารบบอาหาร 11-1-06353-5-0008 อวดอ้างสรรพคุณ
    ฟื้นฟูการมองเห็นโดยไม่ต้องท าเลสิก...แก้ปัญหาโรคทางตา เช่น สายตายาว ตาพร่ามัว ต้อกระจก
    2.ผลิตภัณฑ์ เวลล์โก (WELLGO) (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) เลขสารบบอาหาร 10-1-07561-5-0061
    อวดอ้างสรรพคุณ ช่วยรักษาโรคผิวหนัง อักเสบ ผื่นคัน แผลผิวหนังติดเชื้อ อาการปวดและอาการเหนื่อยล้า
    บรรเทาอาการข้ออักเสบ
    ส านักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เป็นข้อมูลลวง
    เนื่องจากการโฆษณาผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 รายการ จัดเป็นการโฆษณาแสดงคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของ
    อาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม ่สมควร และไม่ได้รับอนุญาต
    โฆษณากับ อย. ส าหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อย.ไม่อนุญาตให้โฆษณาไปในทิศทางที่เกี่ยวกับการรักษาโรคต่างๆ

  • พบการจ าหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร THANOS ทางเฟซบุ๊กชื่อ “ทานอส สมุนไพรบ ารุงร่างกาย”
    โดยผู้ขายแจ้งว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าว มีเลขสารบบอาหาร 24-1-09957-1-0107
    ส านักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ด าเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เป็นผลิตภัณฑ์ปลอม
    เนื่องจากเลขสารบบอาหารดังกล่าว ได้รับอนุญาตในชื่อผลิตภัณฑ์ สารสกัดจากกระชายด า, แอล-อาร์จินีน
    โมโนไฮโดรคลอไรด์, สารสกัดจากโสม สารสกัดจากเห็ดหลินจือ, สารสกัดจากหอยนางรม, ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต
    (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) โดยมีสถานะผลิตภัณฑ์ ยกเลิก ตั้งแต่เมื่อวันที่22/3/2562 ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ THANOS
    แต่อย่างใด

  • อย. พร้อมส่งเสริมผลิตภัณฑ์อาหารจากพืช (Plant Based Foods)
    ดันไทยสู่ศูนย์กลางอาหารโลกอย่างยั่งยืน
    นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เผยนโยบายของส านักงาน
    คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สนับสนุนการค้าและการส่งออกอาหารจากพืช (Plant Based Foods)
    เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าของประเทศไทยตามนโยบายรัฐบาล และผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้า
    เกษตรและอาหารของโลกที่ได้มาตรฐานปลอดภัยอย่างยั่งยืน โดยที่ผ่านมามีผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชได้รับเลข
    สารบบอาหารจาก อย. หลากหลายประเภท เช่น เครื่องดื่มจากธัญพืช ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร น านม
    ถั่วเหลือง น านมข้าวโพด เครื่องดื่มจากพืชผักต่าง ๆ เนื อเบอร์เกอร์จากพืช เป็นต้น
    ทั งนี อย. มุ่งมั่นในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์อาหารจากพืช ซึ่งเป็นกลุ่มอาหารที่ได้รับความนิยมมากขึ น
    เรื่อย ๆ ตามเทรนด์รักสุขภาพในปัจจุบัน และเป็นทางเลือกของผู้ที่ต้องการงดหรือลดการบริโภคเนื อสัตว์
    อาหารกลุ่มนี ท ามาจากพืชผัก ผลไม้ เห็ดต่างๆ รวมไปถึงธัญพืช และถั่ว และใช้น ามันพืช เช่น น ามันมะพร้าว
    เพื่อเพิ่มความชุ่มฉ่ าของเนื อสัมผัส มีรสชาติและเนื อสัมผัสที่อร่อยใกล้เคียงกับเนื อสัตว์จริง ๆ โดย อย.
    มีมาตรการส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารจากพืช อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเฉพาะ
    เพื่อส่งออกส่วนใหญ่จะได้รับยกเว้นไม่ต้องยื่นขอรับเลขสารบบอาหารโดยให้ปฏิบัติตามมาตรฐานของประเทศ
    คู่ค้า การออกใบรับรองสถานที่ผลิตหรือผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออก การตรวจประเมินและออกใบอนุญาตผลิต
    อาหารจากพืชที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน GMP โดยมีการอ านวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการสามารถยื่นค าขอผ่าน
    ระบบ e-Submission นอกจากนี อย. ได้สนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก เช่น วิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการ
    ขนาดเล็กในประเทศที่มีศักยภาพและประสงค์จะพัฒนาการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชเพื่อส่งออก โดยมี
    โครงการส่งเสริมการวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากวัตถุดิบในท้องถิ่น การส ารวจพืชท้องถิ่นที่จะน ามาใช้
    เป็นแหล่งของโปรตีน น ามันหรือน ามาใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารจากพืช รวมถึงส่งเสริมและพัฒนาสถาน
    ประกอบการให้ได้มาตรฐาน GMP และโครงการเสริมสร้างรากฐานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย
    สู่ตลาดโลก

  • พบการโฆษณาผลิตภัณฑ์ “Sundos” เลข อย. 11-1-06353-1-0404
    ทางเว็บไซต์ระบุสรรพคุณ “Sundos จะเป็นผลิตภัณฑ์เดียวที่คุณเห็นผลัพธ์จริง ๆ
    ในอาการต่อไปนี้...น้้าตาลในเลือดสูง...อ่อนเพลียจากโรคเบาหวาน...มือชา เท้าชา...
    ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ...วูบจากอาการน้้าตาลสูง...ความดันโลหิตสูง...
    คอเรสเตอรอลสูง...แผลหายช้า แห้งไม่สนิท...” เป็นต้น โดยมีการสร้างเรื่องราว
    เกี่ยวกับแพทย์ชายชาวไทยรายหนึ่ง เป็นผู้คิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์และร่วมกับ
    แล็บวิทยาศาสตร์แห่งหนึ่งผลิตผลิตภัณฑ์ Sundos ขายเฉพาะในประเทศไทย
    ส้านักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ด้าเนินการตรวจสอบ
    ข้อเท็จจริง พบว่า เป็นข้อมูลลวง โดยผลิตภัณฑ์ Sundos ขออนุญาต
    เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในชื่อ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซันดอส (แอล-อาร์จินีน,
    ทอรีน,ผงตังถั่งเฉ้า,สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย,สารสกัดจากโสมเกาหลี,สารสกัดจากหอยนางรม,สารสกัดจากโสมไซบีเรีย)
    โฆษณาดังกล่าวแสดงคุณประโยชน์คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ
    หรือหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควรและไม่ได้รับอนุญาต
    ส่วนเว็บไซต์ที่ท้าการโฆษณา ไม่พบข้อมูลผู้โฆษณา พบเพียงวิธีการสั่งซื้อ
    ผลิตภัณฑ์จะต้องกรอกชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ และกดค้าว่า “สั่งซื้อผลิตภัณฑ์”
    รวมทั้งเป็นเว็บไซต์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศ หากเกิดปัญหาใด ๆ ในการบริโภค
    ผลิตภัณฑ์จะไม่สามารถตามหาผู้รับผิดชอบได้ นอกจากนี้ ยังพบมีการแอบอ้างชื่อ
    และภาพบุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้คิดค้นผลิตภัณฑ์ดังกล่าว แต่แท้จริงแล้วนั้น
    ไม่พบว่าเป็นแพทย์จริงแต่อย่างใด ทั้งนี้ ภาพชายที่อ้างว่าเป็นผู้คิดค้นผลิตภัณฑ์นั้น
    เป็นภาพชายที่เผยแพร่ทั่วไปอยู่บนอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว ดังนั้น จึงขอเตือน
    ผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อโฆษณาลักษณะน

  • อย. และส ำนักกำรส่งออกและกำรต่ำงประเทศ กระทรวงเกษตร ป่ำไม้และประมง ประเทศญี่ปุ ่น
    พร้อมด้วยผู้แทนสถำนเอกอัครรำชทูตญี่ปุ่นในประเทศไทย ร่วมหำรือนโยบำยทำงกำรเกษตรและอำหำรของญี่ปุ่น
    และรับฟังควำมเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกฎระเบียบเรื่องอำหำรในไทยจำก อย

  • อย. พบการแอบแฝงโฆษณาสเปรย์ล้างจมูกยับยั้งหรือฆ่าเชื้อไวรัส
    บิดเบือนสรรพคุณผลิตภัณฑ์ สร้างความเข้าใจผิดให้ผู้บริโภค
    อย. พบโฆษณาสเปรย์ล้างจมูกสามารถยับยั้งหรือฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และไวรัสอาร์เอสวี
    สร้างความเข้าใจผิดให้ผู้บริโภค ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนลดปัญหาโฆษณาแฝงเพื่อประโยชน์ทางการค้าผ่าน
    งานวิจัย แนะประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข
    นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า กรณีผลิตภัณฑ์
    เบซูโต๊ะ เคลียร์ นาเซิล สเปรย์ (Besuto Qlears nasal spray) ได้รับการจดแจ้งเครื่องมือแพทย์ เลขที่ 65-1-3-2-
    0000818 มีวัตถุประสงค์การใช้งานและข้อบ่งใช้ คือ สำหรับพ่นจมูก ใช้เมื่อเริ่มมีอาการเป็นหวัดหรือมีอาการคล้าย
    หวัด เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเยื่อบุโพรงจมูกเนื่องจากอากาศแห้ง ช่วยลดและบรรเทาอาการคัดจมูก ซึ่งภายหลัง
    ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ ว่ามีการแถลงผลการทดสอบฤทธิ์ของสารสกัดจากธรรมชาติซึ่งอยู่ในสูตรส่วนประกอบ ควบคู่
    กับการแอบแฝงโฆษณาผลิตภัณฑ์ ทำให้เข้าใจว่าผลิตภัณฑ์สามารถยับยั้งหรือฆ่าเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ไวรัสโคโรน่า
    2019 และไวรัสอาร์เอสวี ต้านการอักเสบ ฯลฯ ได้ ซึ่งเป็นการสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนกับผู้บริโภค เนื่องจาก
    ผลการทดสอบฤทธิ์ดังกล่าว เป็นเพียงผลการทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดฯในห้องปฏิบัติการเบื้องต้นเท่านั้น
    ทั้งนี้ยังคงต้องทำการศึกษาวิจัยในมนุษย์เพิ่มเติมเพื่อยืนยันฤทธิ์ดังกล่าว แล้วจึงนำผลการศึกษา ยื่นขอขึ้นทะเบียน
    กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในสรรพคุณใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

  • อย.เตือน บริโภคผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพที่มีส่วนประกอบของกระท่อมด้วยความระมัดระวัง ต้องอ่าน
    ฉลากและข้อความค าเตือน เด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร ไม่ควรบริโภค
    นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าว
    ผู้บริโภคในต่างประเทศเสียชีวิตหลังใช้น้ ากระท่อมสกัดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ เนื่องจากได้รับ
    สารไมตราไจนีนในปริมาณสูงมากจนเกินปริมาณที่ปลอดภัยนั้น ส านักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
    มีความห่วงใย เนื่องจากพืชกระท่อมมีสารไมตราไจนีน (Mitragynine) ซึ่งเป็นสารจ าพวกอัลคาลอยด์ ออกฤทธิ์
    กดประสาทส่วนกลาง และอาจน ามาใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่นิยมบริโภคเพื่อเสริมสุขภาพ เช่น
    ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งอาจอยู่ในรูปของเม็ด เกล็ด ผง แคปซูล ของเหลว หรือรูปแบบอื่น ๆ ใช้รับประทาน
    เสริมจากการรับประทานอาหารหลักตามปกติเพื่อคาดหวังประโยชน์ต่อสุขภาพส าหรับผู้ที่มีสุขภาพปกติ
    แต่ไม่สามารถรับประทานอาหารหลักได้ครบ ไม่ใช่ส าหรับผู้ป่วย จึงไม่มีผลในทางบ าบัด บรรเทา หรือรักษาโรค
    อาการข้างเคียงที่พบคือ จะท าให้เกิดใจสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ประสาทหลอน กระสับกระส่าย เป็นต้น
    ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

  • อย. แจงขั้นตอนการรับจดแจ้งผลิตภัณฑ์เครื่องส าอางเป็นไปตามที่กฎหมายก าหนด สอดคล้องกับ
    มาตรฐานสากล มีการก ากับดูแลผลิตภัณฑ์ทั้งก่อนและหลังออกสู่ตลาด เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
    จากกรณีที่มีการแสดงความเห็นเกี่ยวกับการจดแจ้งผลิตภัณฑ์เครื่องส าอางของส านักงานคณะกรรมการ
    อาหารและยา (อย.) ว่าเป็นช่องโหว่ให้มีผลิตภัณฑ์อันตรายนั้น เภสัชกรวีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการ
    คณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า กระบวนการจดแจ้งผลิตภัณฑ์เครื่องส าอางของไทยเป็นไปตาม
    มาตรฐานสากลสอดคล้องกับอาเซียนและยุโรป ก่อนการยื่นจดแจ้งผลิตภัณฑ์ผู้ประกอบการต้องยื่นขอสถานที่ผลิต
    และน าเข้า เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าเป็นไปตามเกณฑ์ที่กฎหมายก าหนดจึงจะสามารถยื่นจดแจ้งได้
    และเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค อย. ได้ก าหนดให้การจดแจ้งผลิตภัณฑ์ต้องแจ้งสูตรส่วนประกอบของสาร
    ทุกรายการ เพื่อตรวจสอบว่าสารที่ใช้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่กฎหมายก าหนด ในส่วนภูมิภาค
    อย. ได้มอบอ านาจให้ส านักงานสาธารณสุขจังหวัดตรวจสถานที่ผลิต/น าเข้าก่อนการยื่นจดแจ้ง และสามารถเพิกถอน
    ใบรับจดแจ้งเครื่องส าอางหากพบการกระท าผิดกฎหมาย รวมถึงมีการมอบอ านาจให้ส านักงานสาธารณสุขจังหวัด
    โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน ส านักงานสาธารณสุขอ าเภอ โรงพยาบาลส่งเสริม
    สุขภาพต าบล เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์หลังออกสู่ตลาด โดยมีอ านาจในการตรวจ
    สถานที่ผลิต/น าเข้า การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องส าอางอันตรายเพื่อให้ส่วนกลางประกาศผลการตรวจ
    วิเคราะห์เครื่องส าอางอีกด้วย

  • อย. เตือนประชาชนตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อ หลังสุ่มตรวจพบ “จิ่วเจิ้งปู่เซินเจียวหนัง”
    เลขทะเบียนที่ G 298/49 รุ่นการผลิตที่ 21.A11.01 วันที่ผลิต18.08.21 วันที่หมดอายุ 18.08.23 เป็นผลิตภัณฑ์
    สมุนไพรปลอม

  • วันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 กองบัญชาการต ารวจสอบสวนกลาง โดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.,
    พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน
    ผบก.ป, พ.ต.อ. ธรากร เลิศพรเจริญ, พ.ต.อ.ส าเริง อ าพรรทอง, พ.ต.อ.ณัฐวัฒน์ เกศะรักษ์, พ.ต.อ.สมเกียรติ
    ตันติกนกพร รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.5
    บก.ป ส านักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดย นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และ
    ภก. วีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกันแถลงผลงานจับกุมกวาดล้างเครือข่าย
    ผู้ผลิตและขายยาแก้ไอปลอมรายใหญ่ เบื้องต้นมีกำรด ำเนินคดีกับผู้ต้องหำ 3 รำย พร้อมตรวจยึดของกลำง
    ที่เกี่ยวข้องมำกกว่ำ 80 รำยกำร มูลค่ำควำมเสียหำยประมำณ 70,000,000 บำท


  • ข่าวประกาศผลการตรวจพิสูจน์อาหาร อย. ตรวจพบซิลเดนาฟิลในกาแฟ เตือนระวัง เสี่ยงอันตราย